เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่โรงแรมรอยัลซิตี้ กรุงเทพฯ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ร่วมกับ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดพิธีมอบรางวัลโครงงานระดับประเทศและพิธีปิดโครงการสร้างภูมิคุ้มกันและสร้างความสมดุลทางจิตใจและปัญญา ผ่านการเรียนการสอนจิตศึกษา (Mind Education) โดยมุ่งเป้าบูรณาการหลักธรรมพระราชทาน “ธรรมนาวา วัง” เข้าสู่ระบบการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนอย่างยั่งยืน โดยโครงการจิตศึกษา ดำเนินการขับเคลื่อนไปทั่วประเทศ ครอบคลุมสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า 907 โรงเรียน มีครูและนักเรียนเข้าร่วมกว่า 1,900 คน โดยเป็นโครงการคู่ขนานกับ “พุทธนวัตกรรมธรรมนาวา วัง to Me” ที่ดำเนินการในพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วงปี 2568-2569

นอกจากนี้ภายในงานมีการเสวนา ในหัวข้อ “การบูรณาการจิตศึกษาสู่พระสอนศีลธรรมและพระนักเทศน์” โดยพระราชวัชรธรรมวาที ผอ.สำนักงานพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน มจร กล่าวว่า ผลสรุปจากโครงการนี้จะถูกนำไปพัฒนาเป็นชุดความรู้และหลักสูตรมาตรฐาน เพื่อส่งต่อให้เครือข่ายพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนของมจร จำนวน 18,000 รูป และพระธรรมวิทยากรอีกหลายร้อยรูปทั่วประเทศ นำไปใช้เป็นเครื่องมือในการสอนศีลธรรมแนวใหม่ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตเยาวชน ซึ่งพระต้องเข้าใจภาษาการศึกษา เพื่อแปลงศัพท์ธรรมะให้เข้ากับบริบทโรงเรียนสมัยใหม่ อีกทั้งพระสอนศีลธรรมต้องปรับสู่กระบวนการ Active Learning หรือการทำโครงงานคุณธรรม แทนการนั่งฟังบรรยายเพียงอย่างเดียว

พระสุธีวชิรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ประธานพระธรรมวิทยากรเครือข่ายธรรมะอารมณ์ดี กล่าวว่า การเปลี่ยนจากการฟังมาเป็นการปฏิบัติจริง จะทำให้เยาวชนเข้าใจโลกและชีวิตมากขึ้น เด็กยุคใหม่ไม่ได้มองหานิพพานในทันที แต่มองหาความสุขระหว่างทาง การฟังทำให้จำได้เพียง 20% แต่หากใช้จิตศึกษาที่เน้นการลงมือทำ (Practice) จะทำให้จำและเข้าใจได้ถึง 70-100% โดยเตรียมนำเครื่องมือจิตศึกษาและหลักธรรมนาวา วัง ไปขยายผลในเครือข่ายพระธรรมวิทยากรทั่วประเทศ และจัดทำคัมภีร์เทศน์ เพื่อให้การสื่อสารเป็นเอกภาพและทันสมัย