สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ว่า ในช่วงหนึ่งของการแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เรียกร้องสภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายตรวจสอบตัวตนผู้มีสิทธิเลือกตั้งฉบับใหม่ ที่จะมีความเข้มงวดขึ้น ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย. นี้
ทั้งนี้ ทรัมป์เน้นย้ำว่า การโกงเลือกตั้งเกิดขึ้นอย่างดาษดื่นกำลังเกิดขึ้นในสหรัฐ เป็นพฤติกรรมที่แพร่ระบาดไปทั่ว “แต่วิธีแก้ไขนั้นง่ายมาก” โดยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนต้องแสดงบัตรระบุตัวตน และผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนต้องแสดงหลักฐานการเป็นพลเมือง เพื่อใช้สิทธิลงคะแนน
นอกเหนือจากการบังคับใช้บัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายแล้ว ร่างกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้ต้องมี “หลักฐานการเป็นพลเมือง” เพื่อลงทะเบียนเลือกตั้งด้วย
President Trump urges Congress to pass the 'SAVE America Act'
— America (@america) February 25, 2026
"The cheating is rampant in our elections. It's very simple, all voters must show Voter ID, all voters must show proof of citizenship in order to vote and no more crooked mail-in ballots…" pic.twitter.com/i3sLlGBr7G
ร่างกฎหมายปฏิรูปการเลือกตั้งที่มีชื่อว่า “เซฟ อเมริกา” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทรัมป์ ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากไปแล้ว อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ว่า วุฒิสภาจะไม่สามารถรับรองร่างกฎหมาย
เมื่อไม่นานมานี้ ทรัมป์กล่าวว่า มีแผนออกคำสั่งฝ่ายบริหารภายในอนาคตอันใกล้ เพื่อให้กฎหมายการเลือกตั้งฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ หากสภาคองเกรสไม่รับรองกฎหมายดังกล่าว ซึ่งกำหนดให้ต้องใช้บัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายในการลงคะแนนเสียง รวมถึงการปฏิรูปอีกมากมาย
ปัจจุบัน แม้ในหลายเขตอำนาจศาลของสหรัฐ จะกำหนดให้ต้องมีบัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายเพื่อลงคะแนนเสียง แต่ไม่ใช่ทุกแห่งที่ทำเช่นนั้น ซึ่งทรัมป์และสมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคนโต้แย้ง แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจน ว่าพื้นที่เหล่านั้นปล่อยให้เกิด “การทุจริตการเลือกตั้งอย่างมีนัยสำคัญ”.



