สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ว่า ในช่วงหนึ่งของการแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เรียกร้องสภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายตรวจสอบตัวตนผู้มีสิทธิเลือกตั้งฉบับใหม่ ที่จะมีความเข้มงวดขึ้น ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย. นี้


ทั้งนี้ ทรัมป์เน้นย้ำว่า การโกงเลือกตั้งเกิดขึ้นอย่างดาษดื่นกำลังเกิดขึ้นในสหรัฐ เป็นพฤติกรรมที่แพร่ระบาดไปทั่ว “แต่วิธีแก้ไขนั้นง่ายมาก” โดยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนต้องแสดงบัตรระบุตัวตน และผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนต้องแสดงหลักฐานการเป็นพลเมือง เพื่อใช้สิทธิลงคะแนน


นอกเหนือจากการบังคับใช้บัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายแล้ว ร่างกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้ต้องมี “หลักฐานการเป็นพลเมือง” เพื่อลงทะเบียนเลือกตั้งด้วย


ร่างกฎหมายปฏิรูปการเลือกตั้งที่มีชื่อว่า “เซฟ อเมริกา” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทรัมป์ ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากไปแล้ว อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ว่า วุฒิสภาจะไม่สามารถรับรองร่างกฎหมาย


เมื่อไม่นานมานี้ ทรัมป์กล่าวว่า มีแผนออกคำสั่งฝ่ายบริหารภายในอนาคตอันใกล้ เพื่อให้กฎหมายการเลือกตั้งฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ หากสภาคองเกรสไม่รับรองกฎหมายดังกล่าว ซึ่งกำหนดให้ต้องใช้บัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายในการลงคะแนนเสียง รวมถึงการปฏิรูปอีกมากมาย


ปัจจุบัน แม้ในหลายเขตอำนาจศาลของสหรัฐ จะกำหนดให้ต้องมีบัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายเพื่อลงคะแนนเสียง แต่ไม่ใช่ทุกแห่งที่ทำเช่นนั้น ซึ่งทรัมป์และสมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคนโต้แย้ง แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจน ว่าพื้นที่เหล่านั้นปล่อยให้เกิด “การทุจริตการเลือกตั้งอย่างมีนัยสำคัญ”.