เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ห้องประชุม สภ.เมืองตราด พล.ต.ต.ชูเกียรติ ภูกาบพลอย ผบก.ภ.จว.ตราด พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกริก อนันต์ ผกก.สส.ภ.จว.ตราด พ.ต.อ.เตชิต กุลกนิษฐรากร ผกก.สภ.เมืองตราด พ.ต.ท.บันฑิต เตชะวงค์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองตราด และพ.ต.ท.บวร สุทธิวารี รอง ผกก.ป.สภ.เมืองตราด ร่วมแถลงข่าวปิดคดีเหตุอุกฉกรรจ์ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 69 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตถูกยิงภายในรถกระบะที่ยังจอดติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ บริเวณซอยหนองโบสถ์ หมู่ 4 ต.หนองคันทรง อ.เมืองตราด จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบศพ นายทรรศนะ บุญอุย อายุ 48 ปี ชาว จ.จันทบุรี สภาพถูกยิงเข้าที่บริเวณท้ายทอย กระสุนทะลุกระจกข้างฝั่งคนขับ นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่าสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 5 บาท และโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตได้สูญหายไป

ต่อมาชุดสืบสวนได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้คือ นายจักรกฤษณ์ อายุ 32 ปี พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 ที่ใช้ก่อเหตุ อาวุธปืนปากกาไทยประดิษฐ์ เครื่องกระสุน และเงินสดจำนวน 148,000 บาท โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนติดหนี้สินผู้เสียชีวิตเป็นเงิน 500,000 บาท และมักถูกทวงถามพร้อมข่มขู่จะให้พรรคพวกมาทำร้ายอยู่เสมอ วันเกิดเหตุผู้ตายนัดหมายมาตกลงเรื่องหนี้สินกันที่จุดเกิดเหตุ แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ อีกทั้งผู้เสียชีวิตยังได้ใช้มือบีบคอและพูดจาข่มขู่จนทำให้เกิดความโกรธแค้น สบโอกาสขณะที่ผู้ตายกำลังคุยโทรศัพท์ จึงใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมาจ่อยิงท้ายทอยจนเสียชีวิต ก่อนจะชิงสร้อยคอทองคำและโทรศัพท์มือถือหลบหนีไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา “…ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร…”

ด้าน พล.ต.ต.ชูเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ก่อเหตุและผู้ตายรู้จักกันมานานกว่า 8 ปี แต่ระยะหลังผู้ก่อเหตุประสบปัญหาหนี้สินอย่างหนักและอ้างว่าถูกผู้ตายข่มขู่เรื่องการทวงหนี้ จึงตัดสินใจลงมือสังหารเพื่อตัดปัญหา โดยเลือกจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นเส้นทางเปลี่ยวที่ผู้ก่อเหตุคุ้นเคยใกล้บ้าน และใช้ปืนลูกโม่ขนาด .38 ที่สั่งซื้อจากอินเทอร์เน็ตในราคา 20,000 บาท จ่อยิงจากภายในรถ ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานจากกองพิสูจน์หลักฐานที่พบวิถีกระสุนทะลุกระจกจากด้านในออกสู่ด้านนอก ซึ่งช่วงแรกที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตำรวจชุดสืบสวนเชื่อว่าเป็นการยิงจากข้างนอกเข้าไป แต่เมื่อหลักฐานจาก พฐ. พบว่า มีเศษกระจกตกอยู่บนถนน เป็นการยิงจากท้ายทอยกระสุนทะลุเบ้าตา ทะลุกระจกรถยนต์ ส่วนปืนปากกาและกระสุนอีก 8 นัด ตำรวจค้นเจอที่บ้านพักในตำบลหนองคันทรง ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นมาเองในสมัยเรียน แต่ไม่ได้เคยนำไปก่อเหตุที่ไหน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังขยายผลไปถึงภรรยาของผู้ก่อเหตุซึ่งนำทองของผู้ตายไปขายที่ร้านทอง โดยผู้ก่อเหตุสารภาพว่า บังคับให้ภรรยาเอาไปขายและหลอกว่าเป็นทองของพ่อ เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ที่ติดค้างอยู่ เบื้องต้นเตรียมแจ้งข้อหารับของโจรแก่ภรรยา ส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องอย่าง นายไอซ์ ที่ขับรถมารับหลังเกิดเหตุนั้น ตรวจสอบพบว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการฆาตกรรมจึงยังไม่มีการแจ้งข้อหา
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้ข้อมูลจากชุดสืบสวนเพิ่มเติมว่า ผู้ก่อเหตุซื้อลำโพงจากผู้ตายในราคา 85,000 บาท โดยตกลงกันว่าจะจ่ายหนี้พร้อมดอกเบี้ยเดือนละ 15,000 บาท แต่หากจ่ายเงินเกินทุกวันที่ 5 ของเดือน จะถูกปรับเป็นเงินวันละ 3,500 บาท จนกระทั่งผู้ก่อเหตุเป็นหนี้สูงถึง 500,000 บาท จนเป็นเหตุในการฆ่าล้างหนี้ในครั้งนี้



