ถูกสนใจหนักมากเมื่อ ตู่ นันทิดา & เพลง ชนม์ทิดา มารายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 คือคู่แม่ลูกที่ต่างกันสุดขั้วแต่ก็รักกันมาก จนบางครั้งเกิดความรู้สึกน้อยใจและอิจฉาตอนลูกมีแฟน และ เพลง ชนม์ทิดา เปิดใจมีคู่ แต่เหงากว่าโสด จุดที่ทำให้รู้สึกว่าความสัมพันธ์ถูกละเลย แม้จะใกล้คำว่าคู่ชีวิตมากแล้วก็ตาม ไม่ใช่ว่าไม่รักแต่วันนี้ไม่พร้อม ขอให้เก็บชุดแต่งงานไว้แต่ยุติความสัมพันธ์ ยากจัง น้ำตาแม่เรียกสติ ความเจ็บความแหลกสลายครั้งนี้หยุดได้เพราะแม่ ที่ยังมีผู้ชายคนนี้อยู่ในชีวิต เพราะผู้ชายคนนี้รักลูกสุดหัวใจ


เพลง ชนม์ทิดา เผยว่า “หนูสนิทกับคุณแม่เป็นเหมือนเพื่อน เหมือนพี่ ตอนนี้ก็เป็นน้อง แต่เราสองคน เพลงว่าเป็นหยินกับหยาง คุณแม่เป็นคนที่สายเสมอ ส่วนชอปปิงเพลงนั่งรอ (ยิ้ม) ส่วนความสัมพันธ์ที่ผ่านมา เราเข้าใกล้คำว่าคู่ชีวิตมากๆ แล้วค่ะ เส้นทางรัก เพลงมีความสุขค่ะ เพลงเชื่อว่าทุกๆ ความสัมพันธ์มันมีสิ่งที่ดีและมีบทเรียนให้เราเสมอ แต่พอมันถึงจุดๆ หนึ่งที่เรารู้สึกว่าทำไมเราอยู่ในความสัมพันธ์แต่เรารู้สึกเหงาจังเลย เราเหมือนแบบเราไม่มีคนนั้นที่เราสามารถกลับมาเล่าอะไรให้ฟังได้เหมือนเดิม เราไม่ได้รู้สึกอุ่นใจเหมือนเคย เพลงเองค่ะที่ลุกขึ้นมาตัดสินใจเอง เพลงรู้สึกว่าสังคมพูดว่าทำไมยังพูดถึงอีก ในเมื่ออีกฝ่ายพูดว่าจบแล้วนะ ยิ่งเรื่องราวไม่ตรงกัน เหตุผลที่เพลงขอคุย ขอความชัดเจน เขาตอบว่า ไม่ใช่ว่าไม่รักแต่วันนี้ไม่พร้อม ขอโอกาส แต่ก็ขอให้เก็บชุดแต่งงานไว้แต่ก็คือขอยุติความสัมพันธ์ ถามว่า เขาบอกว่าเขาโสดอย่างนี้แล้วเขาไปเริ่มต้นความสัมพันธ์หรือมีความสัมพันธ์อื่นหรือเปล่า (ยิ้ม)”

“ตอนนั้นคุณแม่เดินมาหาทุกวันเลยแล้วคุณแม่ก็กอดเพลงแล้วก็ร้องไห้ ร้องไห้หนักมาก ในคำว่าหนักที่เพลงไม่เคยเห็นคุณแม่ร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อน เพลงรู้สึกว่าเพลงเจ็บแค่ไหน คุณแม่เจ็บกว่าเพลงร้อยเท่าพันเท่า คือคุณแม่พูดคำว่าลูกแม่เจ็บพอแล้ว ฟ้าเบื้องบนช่วยถนอมใจลูกแม่หน่อย เขาไม่ไหวแล้ว เพลงรู้สึกว่าพอแล้วถ้าแม่เพลงต้องเสียน้ำตาให้กับสิ่งนี้กับความเจ็บปวดในใจของลูกคนนี้ไม่เอา นี่คือหัวใจของเพลง”


ตู่ นันทิดา เผยว่า “ชีวิตการแต่งงานของเรามันเป็นตัวอย่าง มันไม่ได้เฟลในเรื่องของการใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน บอกกับตัวเองได้เสมอเลยว่าทำไมเราไม่ได้ยอมผู้ชายคนนี้ ทำเราถึงได้เอ็กเซฟผู้ชายคนนี้ในชีวิตเพราะว่าเรามีเป้าหมายชีวิตอย่างเดียวกันคือ ผู้ชายคนนี้รักลูกสุดหัวใจ ฉะนั้นเนี่ยเขาจะยังไงก็แล้วแต่เราปล่อยให้เขาร้อนเอง เย็นเอง”