กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับความสัมพันธ์ของนักแสดงสาว “ก้อย-อรัชพร โภคินภากร” กับ “ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ซึ่งล่าสุดสาวก้อยที่ได้เดินทางมาร่วมงานเปิดตัวแคมเปญ “SALZ พร้อมบวก” พร้อมพรีเซนเตอร์ ก็ได้เปิดใจผ่านสื่อถึงเส้นทางความรักครั้งนี้แบบหมดเปลือก ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติและมีความสุขดี
ก้อย อรัชพร เผยว่า ”โอ้โห ที่หัวใจสีชมพูก็มีความรักที่ดีมั้งค่ะ (ยิ้ม) แล้วก็มีการงานที่ดี ได้เจอพี่ๆ ที่น่ารัก ถ้าถามว่าไปเจอกันยังไงมันก็เป็นเดือนแล้วเนอะ จริงๆ อาจจะไม่ได้อยากจะลงดีเทลมาก แต่ว่าเคยพูดไปในรายการว่ารู้จักกันอยู่แล้วจากรายการ แล้วก็มันพัฒนาไปในรูปแบบแบบธรรมชาติ เราก็ keep in touch กันมาเรื่อยๆ แล้วก็มันก็มีช่วงเวลาหนึ่งที่ลองทำความรู้จักกัน แล้วก็รู้สึกว่าแฮปปี้ดี ก็เลยเป็นอย่างที่เห็น ส่วนจุดที่สปาร์คเป็นความรักขึ้นมาเหรอคะ เขินจังเลย หนูไม่แน่ใจว่ามันคือโมเมนต์ไหน มันมีหลายโมเมนต์ที่เราอยู่ด้วยกัน แต่แค่ว่าหนูรู้สึกว่าหนูอยู่กับเขาแล้วสบายใจ หนูอยู่กับเขาแล้วหนูรู้สึกมีความสุขมากกว่าอยู่คนเดียวแค่นั้น คือหนูเห็นหลายๆ คนแบบว่ามันต้องตรงนี้ตรงนั้นแน่เลย สิ่งที่ก็อยากบอกก็คือ จริงๆ มันซิมเปิลมากเหมือนคู่ทุกคู่ทั่วไปที่เราอยู่แล้วเรารู้สึกว่าเรามีความสุขก็แค่นั้น แสดงว่าเหมือนรักโดยที่ไม่รู้ตัวไหม ก็ก็รู้ตัว แต่แค่ว่ามันไม่ได้หวือหวาอะไร คือหลายๆ คนอาจจะรู้สึกว่าเพราะมันต้องตรงนั้นตรงนี้แน่เลย ก้อยก็รู้สึกว่าก็ไม่ได้อยากต้องมาลงดีเทลว่ามันคือเมื่อไหร่ยังไง แค่ว่าเป็นความรู้สึกที่ก้อยสบายใจแล้วก็แฮปปี้ดี ก็เลยเป็นอย่างที่เห็น สิ่งที่เขาพิชิตใจเราได้หนูว่าเขาทำให้หนูอยากเป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้น อันนี้คือ 1 แล้วก็เคยพูดไปหรือว่าเขาเป็นคนอบอุ่น แล้วก็เรามีความสนใจอะไรหลายๆ อย่างในชีวิตคล้ายกัน หนังสือหนัง หรือแม้กระทั่งเรื่องต่างๆ ในชีวิตที่เราสนใจมันค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกัน ก็เลยรู้สึกว่ามันเข้ากันง่ายค่ะ”
ถ้าถามว่าพี่ทิมเขามาจีบเลยใช่ไหม อู้หู (ยิ้ม) หนูว่าพัฒนาแบบเน้นแนบเนียนกันไป แต่ในวันที่ชัดเจนก็คิดว่าเขาชัดเจน แต่ว่าเขาก็คงไม่ได้เป็นคนที่มาแบบว่าฉันจะจีบเธอ หรือว่าคงไม่ได้มีใครดำเนินความสัมพันธ์ในรูปแบบนั้นอะไรอย่างเงี้ย ไม่มีใครเชื่อมโยงความสัมพันธ์นี้เพราะว่าอย่างที่บอกพวกเรารู้จักกันอยู่แล้ว แล้วก็ระหว่างทาง หมายถึงว่าพอหมายถึงว่าพี่เพื่อนๆทุกคนที่มารายการน่ะ ถ้าเรามีเรื่องไหนที่มันสามารถคุยกันต่อได้ มันก็เป็นไปอย่างธรรมชาติค่ะ จริงๆ แล้วก็ก็ได้คุยกันว่าในเมื่อเราตกลงแล้วว่าเราจะมีความสัมพันธ์กัน ก็ทำให้มันง่ายดีกว่า ซึ่งการทำให้มันง่ายมันก็คือแค่ใช้ชีวิตแบบปกติ เพราะว่าการลงรูปมันก็เป็นสิ่งที่คนทำแล้วก็แสดงออกในวันแห่งความรัก ก็จริงๆ ก็คุยกัน พอลงช่วงวาเลนไทน์แจ้งเตือนตกใจมั้ย คือหนูปิดโนติดไปเลย พอลงแล้วหนูปิดไปเลยให้มันแบบจบๆกันไป ก็มีอ่านคอมเมนต์บ้าง แต่ว่าสำหรับหนู มันอาจจะเป็นที่พอให้คนเขาเรียกว่าคนอาจจะพอให้ความสนใจอยู่บ้าง แต่ว่าหนูว่าสุดท้ายคู่หนู ก็เหมือนเหมือนเหมือนคู่ปกติอ่ะพี่ ก่อนจะลงจะบอกว่าไม่รู้เลยมันก็แอ๊บเกิน คือมันก็พอจะเห็นภาพว่าคนอาจจะตกใจบ้าง เพราะมันไม่ได้มีมูลหรือมีอะไรมาเลย แต่ว่าก็อย่างที่บอกค่ะคือพยายามใช้ชีวิตให้ง่าย พอรู้ว่าเราเราอยากจะศึกษากับคนนี้ก็แค่นั้นเลย มันไม่ได้มีอะไรสับสน แต่หนูไม่ได้ปิดอยู่แล้วแต่แค่ไม่ได้เปิด เพราะฉะนั้นพอวันที่ตัดสินใจเปิดมันก็เลยอาจจะดูไอ้นี่ แต่จริงๆแล้วหนูใช้ชีวิตปกติ ไปกินข้าปกติแล้วก็เพื่อนอะไรอย่างเงี้ย ก็ก็เจอกันปกติ แค่ไม่ได้ประกาศให้ทุกคนรู้เฉยๆ“

ก้อย อรัชพร เผยว่า “ถ้าถามว่าพี่ทิมเป็นคนขอเป็นแฟนใช่ไหม ก็ปกติตามที่พูดเป็นค่ะใช่ๆ ก็ปกติแล้วก็ถามแล้วเราก็คิดว่าเออดีนะ อยู่กับเขาแล้วดีก็ตกลงแค่นี้เลย หนูไม่ได้เล่นพวกแบบ TikTok ไปสักแป๊บหนึ่งเหมือนกันน่ะ เพราะว่าหนูรู้สึกว่าเรื่องมันเยอะ เออแล้วหนูก็อยากจะรับรู้แค่แค่เรื่องที่หนูอยากรับรู้ แต่ถามว่าพอรู้บ้างมั้ย ก็มีคนมาบอกบ้าง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียส ก็รู้สึกว่าแต่ละคนก็คิดเห็นเรื่องนี้ไม่เหมือนกันน่ะ หนูเลยยึดว่าอะไรทำให้หนูมีความสุขแล้วหนูก็คิดว่ามันไม่ได้เดือดร้อนใครก็แค่นี้ ถามว่ามันไม่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกเราใช่ไหม ไม่ส่งค่ะ เพราะว่าถึงแม้ไม่ใช่เรื่องนี้ในทุกๆวันอาชีพที่ก้อยทำอ่ะ คนก็ไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่ก้อยทำอยู่ตลอดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็เลยถือว่าเข้าใจได้ว่าเขาอาจจะไม่ได้เห็นตรง หรือว่าอาจจะเห็นแตกต่างๆอะไรเงี้ย ก็เลยไม่ได้ซีเรียส ไม่นอยด์ ก้อยพูดจริงๆ ว่าก้อยไม่นอยด์ แต่สมมติว่าคุณแม่หรือว่าคนอื่นที่เขาแคร์เราอ่านแล้วนอยด์แทน ก้อยจะรู้สึกนอยด์เพราะมีคนนอยด์แทนเรา แต่สำหรับตัวก้อยเองก้อยก้อยโอเค เพราะว่าอย่างที่ก้อยบอกว่าใช้ชีวิตมาสักพักหนึ่งแล้วก็ยึดว่าอะไรคือความสุขของเราเป็นสำคัญ แล้วก็ไม่ได้ซีเรียสที่ใครจะไม่ได้เห็นด้วยหรือเห็นด้วยกับอะไรก็ตาม แบบใดที่ก้อยรู้สึกว่าก้อยไม่ได้ทำให้เขาเดือดร้อน เพราะฉะนั้นตัวก้อยไม่นอนด์ แต่ว่าสมมติแบบแม่นอยด์อย่างงี้ ฝ่ายชายเช็กคอมเมนต์ เขาจะพูดกับก้อยแค่ว่าเขาใจเราอยู่แล้ว แล้วเขาก็มั่นใจในตัวเราประมาณหนึ่งว่าเราแฮนเดิลอะไรแบบนี้ได้ แต่ว่าแน่นอนว่าเราแสดงความเป็นห่วงกันอยู่แล้ว แต่ว่าก็ว่าทั้งคู่ก็อยู่วงการมาสักพักหนึ่ง แล้วพี่เขาก็เคยชินกับการเจออะไรแบบนี้มาตลอดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมันก็เลยไม่ได้เป็นเรื่องที่เราเอามาแบบเฮ้ยทำไมคนคิดกับเราอย่างงั้นคนคิดกับเราอย่างงี้ ไม่ได้คุยกับเรื่องนี้เลยค่ะ
ส่วนเรื่องท็อป (ท็อป ทศพล) ก็จริงๆ เรื่องนี้ก้อยว่าก้อยตอบตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้คำตอบก็เป็นคำตอบเดิมคือเราเป็นเพื่อนกัน แล้วจนวันนี้ก็คือเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเหมือนเดิม ทำทุกอย่างแบบเหมือนเดิม ก็ไม่รู้จะมีอะไรที่จะตอบไปมากกว่านั้น เพราะว่ามันมีเท่านี้จริงๆ แล้วก็จริงๆ เวลาก้อยมายืนตรงนี้ แล้วหลายๆ ครั้งก้อยไม่อยากตอบก่อนหน้านี้ เพราะว่าก้อยเกรงใจแฟนก้อยด้วย ถ้าสมมติเขาดูข่าวแล้วมันเป็น long distance relationship แล้วก็ถามเรื่องผู้ชายคนอื่นอะไรอย่างเงี้ย หนูก็เลยรู้สึกว่าเอออะไรที่หนูเลี่ยงได้ก็ไม่ได้อยากตอบ แต่พูดตรงๆก็คือมันไม่ได้มีอะไร แล้วก็เป็นเพื่อนกัน ส่วนความสัมพันธ์ตอนนี้ก็แฮปปี้ พี่เอาจริงๆ หนูจะตอบงงๆ หน่อยเพราะหนูเพิ่งเซ็ตแลค หนูไม่ได้นอนเลย เพิ่งกลับมาเมื่อคืน ไปแค่ 10 วัน อุ้ย อเมริกาบินนานนะ มันบินนาน ส่วนใหญ่หลายๆคนไปทีก็ไปแบบนานอะไรเงี้ย แต่แล้วหนูมีเวลาเท่านี้แล้วก็ต้องทำงาน ไปก็ดีมาก เพราะว่าหนูแทบไม่ได้จับหนูจับโทรศัพท์น้อยมาก แล้วหนูก็รู้สึกว่าหนูไปพักผ่อนจริงๆ แล้วก็อากาศ คือเราแพลนจะไปอยู่แล้ว แต่เราเห็นโพสต์นั้นแล้วก็ตลกดี เพราะว่าพี่ๆ เขาพิมพ์ไง เราก็เลยแบบว่าไม่มีคนปะแป้งหรอ เดี๋ยวปะให้“

ก้อย อรัชพร เผยทิ้งท้ายว่า ”ถ้าถามว่าระยะทางจะมีปัญหาไหม หนูคิดว่ามันก็เป็นอะไรที่ต้องจัดการ เพราะว่าถึงแม้ว่าเป็นคู่อื่นที่อยู่ใกล้กันไม่ได้เป็น long distance อ่ะ ก็มีปัญหาในรูปแบบของตัวเอง หนูว่าไม่ว่าใกล้หรือการมันมีเรื่องที่ต้องจัดการอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นก็แค่ทำให้ดีที่สุด ปกติเวลาเขาคุยกับก้อยเหมือนที่เขาคุยกับหน้ากล้องมั้ย ก็ต้องถามเขา แต่ถ้าเราสุดทางอยู่แล้ว เราใช้ชีวิตมาเราการมีความรักมันก็คือการที่เราได้มีมุมพักผ่อน มีมุมที่เราไม่ต้องแข็งแรงอะไรขนาดนั้น พี่ทิมเขาอ้อนเรามั้ยต้องถามเขาอ่ะสิอยากรู้ ก็เหมือนปกติของแฟนทั่วไป หนูว่าปกติปกติเหมือนทุกคู่เลยค่ะ หนูว่าเขาเป็นคนใส่ใจแล้วก็เป็นคน เอ่อหนูว่าคำสำคัญก็ว่าเขาเป็นคนใส่ใจ แล้วก็รักด้วยมั้ย อุ๊ยต้องถามเขาเสีย เราเป็นปกติอยู่แล้ว สำหรับหนูหนูรู้สึกว่าถ้าหนูเลือกมีความรักแล้วก็เต็มที่ และถ้าถามว่ามีอะไรจะบอกสาวๆ อกหักไหม เดี๋ยวช่วยดูแลให้ค่ะ เรามองความรักครั้งนี้คือหนูก็แค่พยายามทำให้เต็มที่ หนูว่าอย่างที่บอกหนูจริงๆหนูไม่เคยมี Long Distance Relation เลย แล้วก็นี่เป็นครั้งแรก แล้วก็แค่ว่าทำเต็มที่ แล้วก็พยายามมีความสุขให้ได้ทุกวัน เพราะจริงๆ การพยายามแบบมองไกลอะไรมากๆ เราก็ไม่รู้มันถึงมั้ยอ่ะ แต่ว่าถ้าเราพยายามทำให้ทุกๆ วันของเรามันดีหนูว่ามันก็จะไปในทิศทางนั้นอ่ะค่ะ แค่นั้นเอง ส่วนนิกกี้อย่างที่บอกเป็นเพื่อนกัน แล้วก็หนูว่าถ้าเป็นเพื่อนกันอะไรที่หวังดีต่อกันก็แน่นอน”






