เมื่อวันที่ 26 ก.พ. เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงถึงความคืบหน้าการยื่นฟ้องศาล กรณีการเลือกตั้งมิชอบตามรัฐธรรมนูญ ว่า จากการที่ให้ฝ่ายกฎหมายศึกษารัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญต่างๆ ทั้งหมดแล้ว เราไม่พบว่ามีบทบัญญัติใดที่เปิดช่องทางให้ สว. รวบรวมรายชื่อเพื่อกล่าวโทษถอดถอนองค์กรอิสระใดๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยการพิมพ์บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง อาจส่งผลให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และ 85 หรือไม่ ดังนั้นเราจึงไม่สามารถใช้กลไก สว. ดำเนินการได้ ตนจึงขอส่งคำร้องดังกล่าวกลับคืนให้นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น ไปทำหน้าที่รวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อดำเนินการฟ้องร้อง กกต. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือดำเนินการยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยใช้สิทธิที่ประชาชนถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพในการจัดการเลือกตั้งไม่เป็นความลับขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งทนายอั๋นรับปากเป็นเจ้าภาพดำเนินการฟ้องร้องในครั้งนี้

น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า นี่คือปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนถอดถอนองค์กรอิสระ และนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็น สส. หรือ สว. ก็ไม่สามารถที่จะตรวจสอบและถอดถอนองค์กรอิสระได้เช่นกัน แต่งตั้งได้อย่างเดียวแต่ไม่อาจถอดถอนได้ เพราะไม่มีกลไกใดที่จะตรวจสอบ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราจะต้องยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อให้กลไกตรวจสอบถ่วงดุลเกิดขึ้นจริงในกระบวนการนิติบัญญัติ คือ สส. และ สว. ต้องสามารถตรวจสอบองค์กรอิสระได้ และภาคประชาชนก็ต้องสามารถตรวจสอบ สามารถถอดถอนองค์กรอิสระได้ เพราะในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่มีเครื่องมือใดสามารถทำได้เลย ถือเป็นช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญ

“ขณะที่คนร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เขียนได้ซับซ้อนจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชน ซึ่งจะต้องประกาศหาคนหาย เพราะเราไม่พบคนที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ซ่อนอำนาจประชาชนไว้อย่างมิดชิด ไม่ให้อำนาจประชาชนในการตรวจสอบถ่วงดุล ดังนั้น สว. ต้องขอยุติกระบวนการตรวจสอบการเลือกตั้งเพียงเท่านี้ และต้องขอโทษประชาชนในการทำหน้าที่ตรงนี้ด้วย เพราะตามกลไกเราไม่สามารถทำได้ เราทำได้แค่ส่งเสียงเท่านั้น” น.ส.นันทนา กล่าว