เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 25 ก.พ. ร.ต.อ.วราวุธ คงน่วม รอง สว.(สอบสวน) สภ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตที่ รพ.ชะอวด จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ พบศพนายปราโมท ภุมรินทร์ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75/2 ม.4 ต.บ้านตูล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตถูกยิงมาจากหน้าบ้านเลขที่ 109/1 ม.4 ต.บ้านตูล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้ากลางแผ่นหลัง จำนวน 1 นัด
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยว่าเป็นของคนร้ายจอดทิ้งไว้ 1 คัน ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่มากนัก จึงตรวจยึดไว้ตรวจสอบเบื้องต้น และสอบสวนพยานอีกหลายปาก เพื่อเร่งสืบสวนคลี่คลายคดี ติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุนายปราโมท ผู้เสียชีวิต กำลังนั่งพูดคุยกับเพื่อนบ้าน 2 คน บนแคร่ไม้หน้าบ้านที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวนแอบซุ่มอยู่ในที่มืด และใช้อาวุธปืนลูกซองยิงใส่นายปราโมท 1 นัด กระสุนถูกบริเวณแผ่นหลัง ได้รับบาดเจ็บสาหัส เพื่อนบ้านช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลชะอวด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ล่าสุด เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า คนร้ายไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นลูกชายแท้ ๆ ของผู้ตาย ชื่อนายวีระยุทธ ภุมรินทร์ หรือ “ทิป ทุ่งปราณ” อายุ 30 ปี หลังก่อเหตุได้หลบหนีออกจากบ้านไปตลอดทั้งคืน ต่อมาตำรวจสืบทราบว่า นายวีระยุทธหลบหนีไปกบดานที่บ้านญาติในหมู่บ้าน ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่มากนัก
พ.ต.อ.โชติ เพชรหนองชุม ผกก.สภ.ชะอวด และ พ.ต.ท.ไพโรจน์ เมืองสุวรรณ รอง ผกก.สส. จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมนายวีระยุทธ แต่ผู้ต้องหาได้หลบหนีเข้าไปกบดานในสวนปาล์มหลังบ้านญาติ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถปิดล้อมจับกุมตัวไว้ได้อย่างระทึก และควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.ชะอวด
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายวีระยุทธให้การปฏิเสธ โดยระบุว่าไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ยิงบิดา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานยืนยันว่า นายวีระยุทธพัวพันกับการค้าและเสพยาเสพติด และมักถูกนายปราโมทดุด่าว่ากล่าวตักเตือนอย่างรุนแรง หากไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดก็จะตัดขาดความเป็นพ่อลูก สร้างความโกรธแค้นให้กับนายวีระยุทธเป็นอย่างมาก
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างควบคุมตัวสอบสวนขยายผล และเร่งติดตามค้นหาอาวุธปืนของกลางที่ใช้ก่อเหตุ เพื่อประกอบสำนวนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป



