สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ว่า นายบาดร์ อัลบูไซดี รมว.การต่างประเทศโอมาน กล่าวว่า การเจรจารอบที่สามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ที่เมืองเจนีวา และมีโอมานเป็นคนกลางนั้น “มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ” และ “การเจรจาครั้งต่อไปจะเกิดขึ้น ภายในอีกไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า” โดยจะย้ายสถานที่เป็นกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย


ทั้งนี้ การเปลี่ยนสถานที่หารือ น่าจะเป็นผลจากการที่นายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) เข้าร่วมการเจรจารอบล่าสุดที่เมืองเจนีวาด้วย และสำนักงานใหญ่ของไอเออีเอ ตั้งอยู่ที่กรุงเวียนนา


ขณะที่นายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การพูดคุยครั้งนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยเป็นการเข้าสู่รายละเอียดขององค์ประกอบในข้อตกลงอย่างจริงจัง ทั้งในด้านนิวเคลียร์และด้านการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร


ด้านหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาของสหรัฐ คือนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของทำเนียบขาวด้านกิจการตะวันออกกลาง และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยังไม่ได้ให้ความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการหารือครั้งนี้


อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐรายงานว่า ทีมเจรจาของรัฐบาลวอชิงตันยื่นคำขาด ให้อิหร่าน “รื้อถอนโรงงานนิวเคลียร์หลัก 3 แห่ง” และส่งมอบยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะแล้วทั้งหมดให้แก่สหรัฐ


ในการแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวหาอิหร่านว่า “ทะเยอทะยานในโครงการนิวเคลียร์ที่ชั่วร้าย” และอ้างว่า อิหร่านพัฒนาขีปนาวุธที่มีพิสัยทำการคุกคามยุโรปและฐานทัพสหรัฐได้แล้ว รวมถึงจ่อจะยิงถึงแผ่นดินใหญ่อเมริกาในอีกไม่ช้านี้ ซึ่งต่อมารัฐบาลเตหะรานประณามว่า “เป็นเรื่องโกหกคำโต”


ส่วนนายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ เตือนอิหร่านให้ “จริงจัง” กับคำขู่ของทรัมป์ และย้ำว่า สหรัฐไม่อาจปล่อยให้ “ระบอบการปกครองเลวร้ายที่สุดในโลกมีอาวุธนิวเคลียร์ได้”.

เครดิตภาพ : AFP