เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิทของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก อดีตรอง ผบ.ตร. เดินทางเข้าไปยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา เพื่อให้ยื่นเรื่องต่อศาลฎีกา ดำเนินการเอาผิด นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จากการรับสินบนทองคำจำนวน 246 บาท เพื่อช่วยเหลือพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในคดีเว็บพนันออนไลน์
ต่อมาศาลฎีกาได้ออกประกาศเรื่อง “แต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ” โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 82 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 ความว่า ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 236 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 49 และมาตรา 50 ให้ประธานศาลฎีกาพิจารณาตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระเพื่อดำเนินการไต่สวนหาข้อเท็จจริงและทำความเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่ากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยให้ประกอบด้วยบุคคลไม่น้อยกว่า 7 คน
ทั้งนี้ ประธานวุฒิสภาซึ่งทำหน้าที่ประธานรัฐสภา มีหนังสือแจ้งว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่า นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหา มายังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ
ประธานศาลฎีกาได้แต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ ประกอบด้วย
1.นายชวลิต อิศรเดช
2.นายเผดิม เพ็ชรกูล
3.นายอธิคม อินทุกติ
4.นายสาคร ตั้งวรรณวิบูลย์
5.นายอดิศร ไชยคุปต์
6.นายสัญจัย จันทร์ผ่อง
7.ศาสตราจารย์ไผทชิต เอกจริยกร
8.ศาสตราจารย์ศักดา ธนิตกุล
9.ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ



