คอนนิจิวะ…ทักทายแฟนๆ “บันเทิงเดิลินิวส์” ที่น่ารักทุกคนนะค่า มาเจอกับ “เมี้ยนจัง” ในวันศุกร์ทุกสัปดาห์แบบนี้ แน่นอน โดยสัปดาห์เมี้ยนจังก็มาพร้อมกับความพิเศษสุดๆ ที่จะพาทุกคนมาพบกับคอลัมน์ “เอเชี่ยนสตาร์” พื้นที่ที่รวบรวมเอาความพิเศษ ความเอ็กซ์คลูซีฟของวงการบันเทิงทั่วทั้งเอเชียมาไว้ที่นี่! ผ่านเรื่องราวสุดเอ็กซ์คลูซีฟของหนุ่มสุดคูลเจ้าของรอยยิ้มละลายใจอย่าง “อิวาตะ ทาคาโนริ” (Takanori Iwata) หรือ “กันจัง” (GAN-chan) สมาชิกตัวท็อปจากวง J Soul Brothers III ที่ได้บินตรงลงจอดเมืองไทยแบบเซอร์ไพรส์สุดๆ เพื่อทำภารกิจพิเศษในการโปรโมตคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบครั้งแรกในไทย “TAKANORI IWATA ASIA TOUR 2025–2026 “SPACE COWBOY” in BANGKOK” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 1 มีนาคมนี้ ณ KBank Siam Pic Ganesha Theatre

โดยการมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การแวะมาทักทายทั่วไป แต่มันคือการประกาศก้าวสำคัญบนเส้นทางศิลปินเดี่ยว กับคอนเสิร์ตเอเชียทัวร์ครั้งแรกที่จะมาสร้างประวัติศาสตร์ความสนุกในกรุงเทพฯ พร้อมกับเซอร์ไพรส์ “Bangkok Version” ที่เขาซุ่มซ้อมอย่างหนักเพื่อตอบแทนพลังบวกและรอยยิ้มของแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ วันนี้ “เมี้ยนจัง” อยากจะพาทุกคนไปสัมผัสถึงเบื้องลึกในใจของศิลปินที่กล้าจะก้าวออกจาก Comfort Zone ของตัวเองเพื่อข้ามกำแพงภาษาและวัฒนธรรม จากความประหม่าในวันแรก สู่ความมุ่งมั่นที่เจ้าตัวถึงกับออกปากว่า “ต่อให้ต้องตายบนเวทีวันนี้ผมก็ยอม” อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้เขาก้าวข้ามขีดจำกัด? และทำไมการมาไทยครั้งนี้ถึงเปรียบเสมือนการเริ่มต้นชีวิตบทใหม่? ติดตามได้ในบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้กัน!

ทักทายแฟนๆ “เดลินิวส์” สักหน่อย?
อิวาตะ ทาคาโนริ: “สวัสดีครับแฟนๆ เดลินิวส์ทุกคน ผมอิวาตะ ทาคาโนริครับ ดีใจมาก ๆ ที่ได้มาอยู่ที่นี่ครับ”
รู้สึกเซอร์ไพรส์ หรือตื่นเต้นไหมที่ได้มาไทยครั้งนี้?
อิวาตะ ทาคาโนริ: “ผมมีความรู้สึกตื่นเต้นมากครับ เป็นความรู้สึกที่กึ่ง ๆ ระหว่างความสนุกและความประหม่า เพราะปกติผมทำงานอยู่ที่ญี่ปุ่นเป็นหลัก เลยแอบกังวลว่าที่ไทยจะมีคนรู้จักเราไหม หรือจะมีแฟนคลับหรือเปล่า แต่พอมาถึงและได้ไปออกรายการทีวีและวิทยุ ก็ได้รับรู้ถึงบรรยากาศและความอบอุ่นของเมืองไทย เป็นประสบการณ์ที่กระตุ้นความรู้สึกได้ดีมากครับ”
ช่วยสปอยล์ความพิเศษของเอเชียทัวร์ที่จะถึงนี้หน่อยได้ไหม?
อิวาตะ ทาคาโนริ: “ได้เลยครับ สำหรับคอนเสิร์ตเอเชียทัวร์รอบกรุงเทพฯ ในครั้งนี้ จริง ๆ ทัวร์นี้เริ่มมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วและจัดต่อเนื่องมาจนข้ามปีครับ แต่เนื้อหาที่จะแสดงในกรุงเทพฯ จะมีการปรับเปลี่ยนให้แตกต่างจากรอบการแสดงในประเทศญี่ปุ่นครับ เรียกว่าเป็น “Bangkok Version” หรือ
สเปเชียลเวอร์ชันเพื่อมอบให้แฟน ๆ ชาวไทยโดยเฉพาะครับ ตอนนี้ผมก็กำลังอยู่ระหว่างการซ้อมอย่างหนัก และเตรียมตัวโดยคิดเสมอว่า “ทำอย่างไรให้คนไทยสนุกไปกับคอนเสิร์ตครั้งนี้มากที่สุด” ครับ”

เรามักจะเห็นภาพลักษณ์ในการทำงานที่หลากหลายของคุณ ส่วนตัวคุณคิดว่าอะไรคือเสน่ห์ที่แท้จริงของคุณ?
อิวาตะ ทาคาโนริ: “เสน่ห์ของผมเหรอครับ (หัวเราะ) จริง ๆ ผมทำงานหลายอย่างมากครับ ถ้าจะให้เปรียบเทียบก็เหมือนกับจุดเล็ก ๆ หลายจุดที่ค่อย ๆ เชื่อมต่อกันจนกลายเป็นเส้นตรง ประสบการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมาหล่อหลอมให้ผมเป็นผมในวันนี้ครับ แต่ถ้าถามถึงวินาทีนี้ ในฐานะศิลปินเดี่ยว ช่วงเวลาที่ผมได้ถ่ายทอดเนื้อเพลงที่ผมเขียนเอง หรือส่งต่อดนตรีที่ผมอยากให้ทุกคนได้ฟังจริง ๆ มันคือช่วงเวลาที่ผมได้เป็นตัวของตัวเองที่สุด และน่าจะเป็นช่วงที่ผมได้ “เปล่งประกาย” มากที่สุดครับ”
การทำงานในฐานะสมาชิกวง กับการเป็นศิลปินเดี่ยวให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างไร?
อิวาตะ ทาคาโนริ: “ผมรู้สึกว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยครับ ตอนที่ทำงานในรูปแบบวงผมได้เข้าร่วมในฐานะ “แดนเซอร์” เป็นหลัก ทำให้ที่ผ่านมาผมไม่ได้มีส่วนร่วมในด้านดนตรีหรือการทำเพลงมากนัก ถึงแม้จะมีบทบาทสำคัญในการคิดท่าเต้นหรือร่วมสร้างสรรค์โชว์ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งก็ตาม แต่การเข้าถึงตัวดนตรีจริง ๆ นั้นยังไม่มีครับ แต่พอเริ่มทำโปรเจกต์เดี่ยวเมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว ผมได้เริ่มเขียนเนื้อเพลงเอง และเมื่อการทำงานดำเนินไป สิ่งที่ผมอยากจะสื่อสารก็ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง และเติบโตขึ้นตามประสบการณ์ชีวิต การได้ทำเพลงเองจึงเปรียบเสมือนการได้ถ่ายทอดเรื่องราวในชีวิตของผมออกมาจริง ๆ ครับ”

เวลาที่คุณอยู่บนเวทีคอนเสิร์ต วินาทีไหนที่คุณรู้สึกว่า “นี่แหละคือเหตุผลที่ฉันรักอาชีพนี้”?
อิวาตะ ทาคาโนริ: “มีครับ จริงๆ คือในทุกๆ วินาทีเลย ผมยืนอยู่บนเวทีโดยคิดเสมอว่า “ต่อให้ต้องตายในวันนี้ผมก็ยอม” ผมใส่พลังลงไปเหมือนเป็นการเอาชีวิตเข้าแลกครับ การได้ทำงานที่ทำให้เรารู้สึกทุ่มเทได้ขนาดนี้ผมถือว่าตัวเองโชคดีมาก โดยเฉพาะในคอนเสิร์ตที่เป็นช่วงเวลาที่ชีวิตของผมและแฟนๆ มาบรรจบกัน ผมรักช่วงเวลานั้นที่สุด และมันทำให้ผมรู้สึกถึงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ครับ”
เวลาคุณเจอความท้าทายใหม่ๆ ไม่ว่าจะส่วนใดของการทำงานเพลง หรืองานแสดง คุณมีวิธีก้าวข้ามสิ่งเหล่านั้นไปได้อย่างไร?
อิวาตะ ทาคาโนริ: “เวลาที่ต้องเริ่มความท้าทายใหม่ๆ มันไม่ได้หมายความว่าจะสำเร็จเสมอไปครับ ดังนั้นความรู้สึกประหม่าและความกังวลจะอยู่กับเราเสมอ แต่สิ่งที่ผมให้ความสำคัญคือ “ถ้าเรามัวแต่ทำสิ่งเดิมซ้ำๆ เราจะไม่เติบโต” และจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ดังนั้นผมจึงไม่กลัวที่จะล้มเหลวและพร้อมจะท้าทายสิ่งใหม่ๆ เสมอ เพราะมันคือแรงผลักดันและทำให้ผมเติบโตขึ้น สุดท้ายแล้ว เรื่องที่เรารู้สึกเสียดายว่า “ไม่น่าทำเลย” มันมีน้อยกว่าเรื่องที่เราไม่ได้ทำครับ ผมเลยเลือกที่จะลองทำดูเสมอ”

ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในวงการบันเทิง คุณคิดว่าอะไรคือ “จุดเปลี่ยน” ที่สำคัญที่สุดที่ทำให้คุณเป็น อิวาตะ ทาคาโนริ ในเวอร์ชันปัจจุบัน?
อิวาตะ ทาคาโนริ: “จริงๆ แล้ว ผมเข้าสู่วงการนี้จากการเดบิวต์เป็นศิลปินกลุ่มครับ แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้คนทั่วไปเริ่มรู้จักและยอมรับในตัวผมจริงๆ คือบทบาทในฐานะ “นักแสดง” ครับ นั่นคือจุดที่สร้างตัวตนของผมในวันนี้ขึ้นมา การได้เป็นนักแสดงทำให้ผมได้เห็นโลกที่กว้างขึ้นครับ มันเหมือนเป็นการเปิดประตูบานใหม่ที่ทำให้คนที่ไม่ใช่แฟนคลับวงการเพลงได้รู้จักผมด้วย”
ทุกคนบอกว่า มนุษย์จะเติบโตและเก่งขึ้นในทุกๆปี สำหรับปีที่ผ่านมา คุณคิดว่าคุณเก่งขึ้นในด้านไหนยังไง?
อิวาตะ ทาคาโนริ: “ครับ สำหรับผมแล้ว ปีที่ผ่านมาถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ตลอด 14-15 ปีที่ผ่านมา ผมทำงานในญี่ปุ่นมาโดยตลอด ซึ่งตารางงานมันแน่นมากจนเวลาผ่านไปเร็วเหมือนโกหกเลยครับ พอถึงจุดหนึ่งผมกลับมานั่งทบทวนกับตัวเองว่า ในอนาคตเราอยากจะเดินไปในทิศทางไหน ผมเลยตัดสินใจว่า แทนที่จะทำแต่สิ่งที่ตัวเองถนัดหรือคุ้นเคยอยู่แล้ว ผมอยากจะ “เลือก” ทางเดินใหม่ๆ ที่ท้าทายกว่าเดิมครับ เลือกที่จะข้ามกำแพงภาษา และขยายขอบเขตการทำงานมายังต่างประเทศ อย่างประเทศไทยครับ แม้ว่ามันจะมีความเสี่ยงหรือไม่รู้อนาคตที่แน่นอน แต่นี่คือการเติบโตที่ผมเลือกเองเพื่อสร้างทางเดินใหม่ๆ ให้ตัวเองครับ และหลังจากนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะออกมาเป็นแบบไหน แต่มันก็เป็นเหมือนการที่ผมได้ลองทำแล้วครับ”

คุณคิดว่าอะไรทำให้คุณเป็นที่รักของแฟนๆขนาดนี้ ช่วยรีวิวตัวเองให้ฟังหน่อย?
อิวาตะ ทาคาโนริ: “(ยิ้ม) จริงๆ มันเป็นคำถามที่ตอบยากนะครับ เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าเสน่ห์ของผมคืออะไรกันแน่ (หัวเราะ) แต่อาจจะเป็นเพราะผมอยู่ในวงการมานาน และพยายามท้าทายตัวเองด้วยสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ แฟนๆ ก็น่าจะเห็นถึงความพยายามและความจริงใจตรงนั้น และคอยสนับสนุนผมมาตลอดครับ และผมรับรู้ได้ถึงความรักและความอบอุ่นที่แฟนๆ มอบให้เสมอ ผมซาบซึ้งใจมากครับ และนั่นคือเหตุผลที่ผมอยากจะตอบแทนทุกคนด้วยผลงานที่ดีที่สุดครับ”
แฟนคลับชาวไทยติดตามผลงานของคุณเยอะมาก มีอะไรในประเทศไทยที่คุณอยากลองไปสัมผัสหรือลองทานดูบ้างไหม?
อิวาตะ ทาคาโนริ: “เมื่อวานกับวันนี้ได้ลองไปบ้างแล้วครับ แต่ก็ยังอยากลองทานอย่างอื่นเพิ่มอีก มีหลายอย่างเลยที่น่าสนใจในไทยครับ แต่ถ้ามีโอกาส ผมอยากลองทาน “อาหารท้องถิ่น” หรืออาหารพื้นเมืองแบบที่ปกติไม่ค่อยมีขายในญี่ปุ่นครับ”
ถ้าพูดถึงแฟนชาวไทยคำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของคุณเพื่อนิยามพวกเขาคือคำว่าอะไร?
อิวาตะ ทาคาโนริ: “รอยยิ้มครับ เพราะทุกคนดูมีความสุข และดูสนุกสนานมากเมื่อเทียบกับที่ญี่ปุ่นครับ”

อยากให้คุณฝากข้อความถึงแฟนคลับชาวไทยที่สนับสนุนคุณผ่านหน้าจอมาตลอด หลายคนมองว่าคุณเป็น “แรงบันดาลใจ” ในการใช้ชีวิต คุณอยากจะบอกอะไรกับพวกเขา?
อิวาตะ ทาคาโนริ: “ก่อนอื่นขอบคุณทุกคนมากครับ วันนี้ผมดีใจมากที่มีคนไปรอรับที่สถานีโทรทัศน์ตั้งแต่เช้า การที่ผลงานของผมสามารถข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงประเทศไทยได้ ทำให้ผมรับรู้ได้ถึงความตั้งใจของแฟนๆ จริงๆ ครับ ในคอนเสิร์ตที่กำลังจะเกิดขึ้น ผมจะพยายามสร้างพื้นที่ที่ทุกคนได้สนุกไปด้วยกัน รวมถึงอยากให้ทุกคนได้เห็นตัวตนของผมอย่างเต็มที่บนเวทีครับ ผมจะรอนะครับ!”
ฝากผลงานสักหน่อย?
อิวาตะ ทาคาโนริ: “ผมขอฝากเพลง “CROWN” ในอัลบั้มใหม่ครับ เพลงนี้จะเป็นไฮไลท์สำหรับการแสดงสด (Live Performance) เลยครับ มีท่อนแร็พที่เร็วมาก และมีซาวด์ดนตรีสไตล์ฮิปฮอป ซึ่งผมเชื่อว่าแฟนชาวไทยน่าจะชื่นชอบครับ”

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เมี้ยนจังบอกได้คำเดียวว่า “ใจฟู” สุดๆ ค่ะ! เพราะเราไม่ได้เห็นแค่ภาพลักษณ์ของซุปเปอร์สตาร์ที่เพอร์เฟกต์ แต่เราได้เห็นหัวใจของชายหนุ่มที่ชื่อว่า “ทาคาโนริ อิวาตะ” ที่กล้าเดินออกจากกรอบเดิมๆ มาหาแฟนๆ ด้วยความจริงใจและความทุ่มเทที่เกินร้อย ใครที่มีบัตรอยู่ในมือแล้ว เตรียมวอร์มเสียงกรี๊ดและซ้อมร้องเพลง กันไว้ให้ดี เพราะเมี้ยนจังเชื่อว่าพลังงานที่ทาคาโนริ อิวาตะเตรียมมาสาดใส่บนเวทีในงาน “TAKANORI IWATA ASIA TOUR 2025–2026 “SPACE COWBOY” in BANGKOK” วันที่ 1 มีนาคมนี้ จะต้องกลายเป็นความทรงจำที่ล้ำค่าที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของแฟนชาวไทยแน่นอน ส่วนใครที่ยังไม่มีบัตร แอบกระซิบว่าลองเช็กรายละเอียดกันให้ไว เพราะโอกาสที่จะได้เห็น “SPACE COWBOY” มาโชว์สเปเชียลเวอร์ชันแบบใกล้ชิดขนาดนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ นะ!



