เมื่อเวลา 09.50 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์สู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง ว่า ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ตนได้รับการรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านความมั่นคง ด้านการต่างประเทศ และได้สั่งการเตรียมการช่วยเหลืออพยพคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ และได้ประสานกับกองทัพอากาศ โดยหารือกับผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) การเตรียมความพร้อมอากาศยาน ที่จะไปรับคนไทย ซึ่งลําดับแรกคือคนไทยที่พักอาศัยอยู่ที่ประเทศอิหร่าน ซึ่งเป็นพื้นที่อันตรายที่สุด เปิดไล่เรียงไปยังประเทศอื่นๆ ที่มีเหตุสู้รบว่าจะหาช่องทางให้เขากลับมาได้อย่างไร ซึ่งเรื่องอากาศยานไม่น่ามีปัญหา เพราะหากใช้เครื่องบินทหาร อาจต้องแวะเติมน้ำมันหลายที่ ก็จะพิจารณาการเช่าเหมาลํา เพื่อให้ดําเนินการได้เร็วที่สุด พร้อมทั้งยังต้องตรวจสอบเรื่องการปิดน่านฟ้า ว่าจะต้องอพยพคนไทยไปยังประเทศที่สามแล้วจะรับตัวเขากลับมาอย่างไร 

เมื่อถามว่า เครื่องบินจะไปรับและเร็วที่สุดเมื่อไหร่ นายกฯ กล่าวว่า ทางเราพร้อมตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่ที่สําคัญคือปลายทาง โดยกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม จะใช้โค้ดการบินของรัฐบาล เพื่อจัดเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ต้องแวะเติมน้ำมัน บินรวดเดียวเลยเพื่อไปรับ ขอยืนยันรัฐบาลไทยจะทําทุกวิถีทาง ที่จะทําให้คนไทยเหล่านั้นอยู่ในความปลอดภัยสูงสุด หากเขาประสงค์จะกลับมา เราต้องเตรียมพร้อมที่จะไปรับ 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สําหรับการเตรียมความพร้อมด้านเศรษฐกิจ ได้ให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง เตรียมรับสถานการณ์ ถึงอย่างไรเรื่องเศรษฐกิจต้องได้รับผลกระทบแน่นอน ไม่ว่าจะค่าครองชีพ ค่าน้ำมัน ต้นทุนพลังงาน เราต้องหาวิธีทําให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด 

เมื่อถามต่อว่า จําเป็นต้องมีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะเรียกประชุม สมช. ในวันที่ 2 มี.ค. เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล และต่อด้วยการประชุมทุกภาคส่วน รวมถึงภาคเอกชนด้วย ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร หอการค้า และฝ่ายที่จะต้องดูแลเรื่องการส่งออกนําเข้า มาตรการการพยุงราคา เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้บริโภคในประเทศไทย 

เมื่อถามอีกว่ามีการประเมินว่าสถานการณ์จะลุกลามหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปได้หมด สิ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือ อย่าให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบที่รุนแรง หากมีผลกระทบอย่างไรก็ขอให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด จึงต้องเตรียมความพร้อมในทุกภาคส่วน 

เมื่อถามถึงตัวเลขคนไทยในพื้นที่อิหร่าน นายกฯ กล่าวว่า มีการรายงานภาพรวมคนไทย ในพื้นที่ที่มีการปะทะประมาณ 7 หมื่นคน แต่รายละเอียดคงต้องไปสอบถามแต่ละกระทรวง 

เมื่อถามอีกว่า จะบอกอะไรกับคนไทยที่ขณะนี้ยังไม่อยากจะกลับ นายกฯ กล่าวว่า แต่ละประเทศคงมีมาตรการด้านความปลอดภัยกับประชาชนของเขา รวมถึงคนต่างชาติในประเทศนั้นด้วย จึงขอให้ติดตามคำแนะนําและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตของประเทศไทยในประเทศต่างๆ ได้เปิดสายด่วนและศูนย์ปฏิบัติ เพื่อให้การช่วยเหลือตลอดเวลา.