เมื่อวันที่ 31 พ.ค. นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์  อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “กรรมการเงา-แลนด์บริดจ์” ของสมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเลจัดตั้งแล้ว เป้าหมายคือชี้ทางสว่างในเงามืด  

ต่อมานายธรณ์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอ โดยกล่าวว่า วันนี้จะมาเล่าให้เพื่อนธรณ์ฟังถึงเรื่องแลนด์บริดจ์ เพื่อนธรณ์คงรู้จักแลนด์บริดจ์กันดีอยู่แล้วว่าเป็นโครงการที่รัฐบาลกำลังพิจารณาอยู่ในการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทย โดยที่ฝั่งอันดามันก็คือ จ.ระนอง ขณะที่ฝั่งอ่าวไทยคือ จ.ชุมพร อย่างไรก็ตามพอมีโครงการออกมาก็มีกระแสต่างๆ ที่ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามันจะคุ้มค่า หรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมขนาดไหน ซึ่งรัฐบาลเองก็ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเป็นคณะกรรมการแลนด์บริดจ์  โดยคณะกรรมการแลนด์บริดจ์มีคำสั่งแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 3 คณะ หนึ่งในนั้นก็คืออนุกรรมการด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นประเด็นที่จะมาเคลียร์กันว่าตกลงมันกระทบหรือไม่กระทบ

นายธรณ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ที่จะมาคุยจะเป็นเฉพาะในส่วนผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตนจะไม่พูดถึงเรื่องความคุ้มค่าหรือไม่ เพราะไม่ใช่ความเชี่ยวชาญของตน เมื่อมีคณะอนุกรรมการขึ้นมา จากผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน ซึ่งแน่นอนว่าเก่งๆ กันทั้งนั้น บางท่านก็เป็นอาจารย์ของตนด้วยซ้ำที่อยู่ในคณะอนุกรรมการดังกล่าว ทางสมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งประเทศไทย ซึ่งตั้งมาหลายสิบปี เพื่อช่วยในการสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการที่เป็นมาตรฐาน จึงได้มีการรวมตัวของนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ทั้งรุ่นพี่ รุ่นอาจารย์ หลายท่านเข้ามารวมกัน เพื่อทำงานในลักษณะของคณะกรรมการเงา จริงๆ ไม่ได้ต้องการจะขัดแย้งอะไรเลย เพียงแต่ว่าช่วยกัน ช่วยคณะอนุกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้น เพื่อเคลียร์ในเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้มันชัดเจน ว่ามีประเด็นใดบ้าง

นายธรณ์ กล่าวว่า สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของกระทรวงคมนาคมได้ทำโครงการที่เป็นจุดเริ่มของแลนด์บริดจ์ในเรื่องความเป็นไปได้ นอกจากนั้นก็มีเรื่องรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA)  ในเรื่องของท่าเรือ ซึ่งมี 3 เรื่อง คือ 1.เรื่องถนน 2.ทางรถไฟ  และ 3.ท่าเรือ ซึ่งเรื่องนี้อยู่ใน EHIA ที่ทาง สนข.ทำและเป็นเรื่องที่พูดคุยกันในสังคมค่อนข้างเยอะ โดยทางอนุกรรมการที่ทางรัฐบาลต้องมีการใช้ข้อมูลจาก EHIA ดังกล่าว  อย่างไรก็ตามได้มีการศึกษาในช่วงเวลาใกล้เคียงกับ EHIA ฉบับนี้ ก็คือการศึกษาของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มีศูนย์บริการวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับงานไป ซึ่งเป็นข้อมูลในพื้นที่เดียวกัน เพียงแต่ว่าของสภาพัฒน์ฯ มีทางเลือกหลายทาง ขณะที่ของ สนข.เน้นเฉพาะแลนด์บริดจ์

นายธรณ์ ยังกล่าวต่อว่า นอกจากนั้นยังมีโครงการและข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น อันดามัน มรดกโลก ที่ประเทศไทยเสนอต่อยูเนสโกไปตั้งแต่ปี 2565 ดังนั้นจะเห็นว่าในพื้นที่มีข้อมูลหลายโครงการ  ซึ่งทั้ง จ.ชุมพร และระนอง มีหลายเรื่องหลายประเด็นที่ถูกพูดถึง แต่หนนี้จะเน้นเฉพาะเรื่องของ จ.ระนอง เมื่อดูภาพเราจะเห็นว่า จ.ระนองเป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะทรัพยากรทางทะเล ทางคณะกรรมการเงาที่สมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเลตั้งขึ้น ก็มีข้อมูลต่างๆ มีการศึกษาต่างๆ เราก็พยายามจะจับประเด็นออกมาว่ามันมีตรงไหนบ้างที่เป็นประเด็นหลัก

โดยพบว่ามี 3 ประเด็น เบื้องต้นที่คิดว่าต้องช่วยกันพิจารณาอย่างรอบคอบ ประเด็นแรกก็คือเรื่องของสัตว์ทะเลหน้าดิน เพราะมีการศึกษาในพื้นที่เดียวกันคู่ขนานกันมา พบว่าข้อมูลที่ระบุไว้ใน EHIA ของ สนข.มันมีตัวเลขที่ค่อนข้างจะแตกต่างอย่างมาก กับข้อมูลของการศึกษาคู่ขนานของทางนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ จึงเป็นประเด็นว่าสัตว์หน้าดินที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างมันมีแค่ไหนกันแน่ ตรงนี้จะเกี่ยวข้องและเป็นประเด็นอย่างมาก เพราะว่ามันจะไปคำนวณตอนท้ายสุดว่าจะต้องมีสัตว์ตายเพราะว่าการสร้างท่าเรือ หรือการถม ตะกอนดินจำนวนกี่ตัว  และจะไปเกี่ยวกับการชดเชย หรือตัดสินใจว่าสัตว์ทะเลตายเท่านี้ แล้วคุ้มหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปได้เพราะตัวเลขแตกต่างกันมากและต้องมีหน่วยงานกลางขึ้นมาศึกษาเพิ่มเติมหรือไม่

นายธรณ์ กล่าวต่อไปว่า  ประเด็นที่สองก็คือเรื่องของแนวปะการัง เรายังไม่ได้พูดถึงแนวปะการังที่อยู่ห่างไกล อย่างเกาะสุรินทร์ เกาะสิมิลัน เพราะว่าตอนนี้ก็ยังไม่ทราบว่าเรือจะเข้ามา สู่ท่าเรือระนอง มาทางไหนกันแน่ ตนพยายามอ่านใน EHAI ก็ยังหาไม่ได้ ซึ่งเข้าใจว่านักดำน้ำ และหลายท่านเป็นห่วง ซึ่งแนวปะการังที่ตนพูดถึงคือแนวปะการังที่อยู่รอบๆ และเป็นแนวปะการังที่ระบุชัดเจนทั้งในเรื่องของ EHIA ของ สนข.หรือในข้อมูลการศึกษาของสภาพัฒน์ฯ ว่ามันจะเกิดผลกระทบ ใน EHIA มีแนวปะการังที่จะได้รับผลกระทบคือเกาะพยาม ซึ่งเป็นเกาะที่คนไทยรู้จักดี อีกเกาะที่เป็นแนวปะการังหลักที่คนไประนองต้องรู้จักคือเกาะค้างคาว ทั้ง 2 แห่งอาจได้รับผลกระทบจากตะกอน ขณะที่การศึกษาของสภาพัฒน์ฯ ก็ระบุไว้ชัดเจนว่าแนวปะการัง ไม่ว่าจะเป็นฝั่งอ่าวไทยหรืออันดามัน จะได้รับผลกระทบมากกว่า 2,300 ไร่ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เยอะมาก โดยเฉพาะในฝั่งระนองข้อมูลระบุชัดเจนอ้างอิงถึงกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า สถานภาพของปะการังใน จ.ระนอง ทั้งเกาะพยามและเกาะค้างคาว อยู่ในระดับดี-ดีมาก ซึ่งแนวปะการังในประเทศไทยระดับดี-ดีมากนั้นหาค่อนข้างยาก และทั้ง 2 แห่งอาจได้รับผลกระทบ

นายธรณ์ กล่าวต่อไปอีกว่า ประเด็นที่สามคือเรื่องของตะกอน การก่อสร้างจะทำให้เกิดตะกอนกระจายไปในพื้นที่กว้างมาก ตะกอนตรงนี้ใครก็ทราบดีว่ามันจะทบถมหญ้าทะเล และแน่นอนว่าปะการังเกลียดตะกอนมาก ระบบนิเวศชายฝั่ง เราหลายแห่งก็โดนตะกอนทำลายไปในอดีต รวมถึงเรื่องพื้นท้องทะเลด้วย ข้อมูลที่ระบุไว้ใน EHAI พบว่าบางช่วงเวลาตะกอนอาจจะฟุ้งกระจายได้ถึง 2 แสนไร่ อันนี้อยู่ใน EHIA ของสนข.ชัดเจน ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญว่าถ้าเราไม่มีการป้องกัน 2 แสนไร่นั้นเป็นจำนวนมหาศาล ไม่ต้องพูดถึงแนวปะการัง ไปถึงเกาะพยาม เกาะค้างคาว แน่นอน ดังนั้น 3 ประเด็นที่เราพยายามต้องเจาะลึกลงไปในรายละเอียดก็คือ สัตว์หน้าดินมีกี่ตัว แนวปะการังกระทบเยอะขนาดนั้นมันคุ้มหรือไม่ แต่ถ้าเกิดสร้างจริงจะทำอย่างไร ตะกอนที่กระจายไปได้มากที่สุดถึง 2 แสนไร่นั้น จะเอาอย่างไรกับมัน จะทำอย่างไร จะต้องลงทุนแค่ไหน ในการป้องกัน ตรงนี้ถูกนำมาคิดเป็นต้นทุนหรือไม่

นายธรณ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นเมื่อคืนวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมากรรมการเงาของเราได้มีการประชุมกัน ไม่ต้องห่วงบางคนเป็นรุ่นพี่ตนด้วยซ้ำ ทำงานมาจนเกษียณเรียบร้อยแล้วด้วย เราก็จับ 3 ประเด็นนั้นออกมาก่อน แต่ยังมีประเด็นอื่นๆ อีกเยอะ เช่น กระแสน้ำ มีข้อมูลการศึกษาเพียงพอหรือไม่ ข้อมูลคุณภาพน้ำ ลูกปลา สัตว์น้ำวัยก่อน เป็นต้น แต่ตอนนี้เอา 3 ประเด็นข้างต้นให้รอดก่อน เพราะเป็นประเด็นหลัก และเป็นข้อมูลที่ปรากฏอยู่ทั้งในผลการศึกษาของ สนข.และสภาพัฒน์ฯ 2 รายงานหลักที่คณะอนุกรรมการกำลังพิจารณาอยู่ และขอฝาก 3 ประเด็นนี้ไว้ ส่วนประเด็นอื่นๆ เดี๋ยวกรรมการเงาขอเวลาพิจารณา และจะนำมาถ่ายถอดให้เพื่อนธรณ์ทราบเป็นระยะ

“เท่าที่ทราบอนุกรรมการด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมการแลนด์บริดจ์จะมีการประชุมกันในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ จึงออกคลิปนี้มาก่อนเพื่อนเน้น 3 ประเด็น ว่าลงไปดูกันให้ชัดๆ ว่าตกลงมันเป็นอย่างไร เอาอีท่าไหน จะต้องทำอะไรต่อ ทั้งนี้ก็เห็นภาพว่าเราก็พยายามทำงานร่วมกันเพื่อทำให้อะไรกระจ่างชัดและเป็นข้อเสนอจากสมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเล ผ่านทาง Shadow committee กรรมการเงา ซึ่งก็แน่นอนว่ามี อ.ธรณ์เป็นเงาอยู่ในนั้นด้วย”นายธรณ์ระบุ