จากกรณี “น้องโป้” เด็กชายวัย 13 ปี อาศัยอยู่ในซอยสระบัว ต.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง ไม่ได้เรียนหนังสือ ออกเร่ขายผักมัดละ 10 บาทในตัวเมืองนครศรีธรรมราช กระทั่งประสบอุบัติเหตุถูกรถชนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะเดินข้ามถนนเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบพบว่า “น้องโป้” มีพี่น้องรวม 4 คน มารดาเสียชีวิต บิดาแยกทางไปมีครอบครัวใหม่ ปัจจุบันอาศัยอยู่กับป้าในบ้านเช่า ที่ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา อยู่รวมกัน 6 ชีวิต ประกอบด้วยเด็ก ๆ 3 คน น้องโป้ และพี่ชาย อายุ 17 ปี เด็กผู้หญิงอายุ 4 ขวบ ซึ่งลูกพี่ลูกน้องของน้องโป้ คุณยายวัยเกือบ 80 ปี ป่วยติดเตียง คุณป้าใจ พิการแขนขาเล็กลีบ และป้าจัน ซึ่งเป็นคนเดียวที่ร่างกายปกติและทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ฐานะยากจน

“น้องโป้” ต้องออกจากโรงเรียนเร่ร่อนเข้ามาขายผักในตัวเมืองนครศรีธรรมราช โดยต้องอาศัยนอนตามซอกตึกและใต้ต้นไม้ภายในบริเวณโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ก่อนประสบอุบัติเหตุรถชนจนเมื่อออกจากโรงพยาบาลกลับไปอยู่บ้านเกิดอาการเกร็งชักจนช็อกหมดสติ โชคดีเจ้าหน้าที่กู้ภัย “ตัวเล็ก พิทักษ์ชีพ” ไปเยี่ยมที่บ้านพอดี จึงรีบนำส่ง รพ.ท่าศาลา เมื่อคืนวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ตามที่เป็นข่าวอย่างครึกโครมต่อเนื่องแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใจบุญจำนวนมากเดินทางมาเยี่ยม “น้องโป้” ที่ รพ.ท่าศาลา พร้อมมอบเงินช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สอบถามเรื่องราวและอาการของน้องโป้และครอบครัว ทั้งยังมอบหมายให้ นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผวจ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย นายประสงค์ จันทร์หยู นายอำเภอท่าศาลา นางสาวพรปวีณ์ อุไรสวัสดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ “น้องโป้” ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลท่าศาลา พร้อมมอบกระเช้าและทุนการศึกษา โดยมีนายแพทย์ฉัตรชัย พิริยประกอบ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าศาลา รายงานผลการรักษา โดยพบว่า “น้องโป้” ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง และมีรอยฟกช้ำตามดวงตา และใบหน้าจากการประสบอุบัติเหตุรถชน

โดย นายแพทย์ฉัตรชัย กล่าวว่า ทาง รพ.ท่าศาลา ดูแลรักษา “น้องโป้” อย่างใกล้ชิดและยืนยันว่า “น้องโป้” ไม่ได้ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวตามที่เป็นข่าว แต่ป่วยภาวะโลหิตจาง ซึ่งมีประวัติการเข้ารับการรักษาที่ รพ.ท่าศาลา อยู่ก่อนแล้ว ในเบื้องต้นแพทย์ทำการรักษาตามขั้นตอนทางการแพทย์ หากไม่มีโรคแทรกซ้อน ก็สามารถกลับบ้านได้ในวันที่ 2 มีนาคมนี้

จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังบ้านของ “น้องโป้” อยู่ในซอยสระบัว ต.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช โดยพบว่าเป็นโรงเรือนร้านคาราโอเกะเก่า ๆ เช่าเดือนละ 500 บาท ไม่มีไฟฟ้าและน้ำ มีคุณยายอายุ 80 ปี ป่วยติดเตียง และป้าใจ อายุ 52 ปี พิการขาเล็กลีบ ซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ส่วน “ป้าจัน” ซึ่งมีร่างกายปกติเพียงคนเดียวของน้องโป้ออกไปเร่ขายผัก ในเบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ น.ส.พรปวีณ์ อุไรสวัสดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ​ มอบเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคม จำนวน 3,000 บาท พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค นายอำเภอท่าศาลาได้มอบกระเช้า ถุงยังชีพ ที่นอนปิกนิกให้แก่ครอบครัว และให้ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยดูแลประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือต่อไป

ในขณะที่ทางการไฟฟ้า อ.ท่าศาลา ได้ทำการติดตั้งหม้อไฟฟ้าชั่วคราว พร้อมติดตั้งและเดินระบบสายไฟฟ้าจนสามารถเปิดใช้ได้สว่างไสว ในขณะที่เทศบาลเมืองท่าศาลา ได้นำรถแบ๊กโฮมาไถปรับพื้นที่บริเวณรอบ ๆ บ้าน พร้อมติดตั้งท่อประปาจนสามารถเปิดใช้น้ำได้แล้วเช่นกัน  นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังได้ตรวจสอบภายในบ้านซึ่งพบว่าก่อนหน้านี้ทั้ง 6 ชีวิตจะนอนบนพื้นโดยใช้กระดาษลังปูนอน  นอกจากนี้นายสมชาย ยังกำชับให้ พม.จ.นครศรีธรรมราช ช่วยปรับปรุงซ่อมแซมส่วนห้องน้ำห้องส้วมไม่แข็งแรงไม่เรียบร้อยอีกด้วย  จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชยังได้เยี่ยมเยียนให้กำลังใจเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ประปาของเทศบาลเมืองท่าศาลา และทดสอบเปิดไฟฟ้า น้ำประปา พบว่าใช้การได้เป็นอย่างดี

นายสมชาย ลีหล้าน้อย กล่าวว่า ในเรื่องการศึกษา โดยให้ติดตามช่วยเหลือให้ได้เข้าเรียนต่อ เบื้องต้นน้องโป้เรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนวัดไพศาลสถิต  ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมร ห่างบ้านประมาณ 4 กม. จะย้ายมาเรียนที่โรงเรียนบ้านสระบัว ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 6 ตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน และนัดประชุมทีมสหวิชาชีพ เพื่อร่วมวางแผนบูรณาการความช่วยเหลือในทุกมิติ เพื่อให้เด็กชายได้รับโอกาสทางการศึกษา การรักษาพยาบาลและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป และทราบว่าน้องโป้ และพี่ชายอยากจะเป็นอาสากู้ภัยฯ เหมือนพี่ “ตัวเล็ก พิทักษ์ชีพ” ที่ช่วยเหลือตัวเอง  โดยทาง “ตัวเล็ก พิทักษ์ชีพ” พร้อมจะรับมาร่วมทีมกู้ภัยใต้เต็กตึ๊ง เขต อ.ท่าศาลาต่อไป

ในส่วนกรณีที่ผู้ใจบุญจากทั่วประเทศแสดงความประสงค์บริจาคเงินสด สิ่งของช่วยเหลือน้องโป้ และครอบครัว เพื่อป้องกันมิจฉาชีพได้มอบหมายให้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 พร้อมประธานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และป้าจัน ร่วมเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับบริจาคเพียงแห่งเดียวเท่านั้น และจะเรียนแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการ ขอย้ำว่าจะไม่มีการเปิดรับบริจาคตามบัญชีอื่นใดอย่างเด็ดขาด.