ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของพี่น้องมุสลิมทั่วโลกที่กำลังปฏิบัติศาสนกิจในเดือนรอมฎอน ก่อให้เกิดกระแสความกังวลต่อความปลอดภัยของพลเรือนและผู้แสวงบุญในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งจังหวัดสตูลเดินทางไปสูงถึง 277 คน
นายยำอาด ลิงาลาห์ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล เปิดเผยว่า ทางคณะกรรมการฯ กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ ณ ประเทศซาอุดีอาระเบียซึ่งหลายคณะต้องเดินทางผ่านเส้นทางบินในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ซึ่งแม้ในขณะนี้ยังไม่มีรายงานความไม่ปลอดภัยหรือผลกระทบรุนแรงต่อชาวจังหวัดสตูลที่พำนักอยู่ในซาอุดีอาระเบีย แต่ความผันผวนของสถานการณ์ทางการทหารทำให้ญาติพี่น้องในพื้นที่เกิดความวิตกกังวล
โดยผู้แสวงบุญส่วนใหญ่มีกำหนดการเดินทางประมาณ 15-20 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับการขยายตัวของสถานการณ์ความขัดแย้ง
ประธานคณะกรรมการอิสลามฯ ระบุว่าเตรียมหารือภายในเพื่อกำหนดแนวทางการจัดพิธีขอพร (ดุอาร์) ตามมัสยิดต่างๆ ทั่วจังหวัด เพื่อส่งต่อความปรารถนาดีให้เกิดสันติภาพในสังคมโลก

“แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นประเด็นทางยุทธศาสตร์และการทหาร แต่ในมิติของมนุษยธรรมย่อมสร้างความห่วงใยให้กับพลเรือนอย่างเลี่ยงไม่ได้ หน้าที่ของเราในตอนนี้คือการติดตามข่าวสารอย่างมีสติ และร่วมกันวิงวอนขอพรให้โลกกลับคืนสู่ความสงบสุข” นายยำอาด กล่าว
ปัจจุบัน คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล ยังคงเน้นย้ำให้ผู้ที่มีญาติพี่น้องเดินทางไปต่างประเทศ ติดต่อสื่อสารอย่างสม่ำเสมอและติดตามประกาศจากกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทางหรือเส้นทางการบินในอนาคต



