สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ว่าศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของกองทัพสหรัฐ (เซนต์คอม) ออกแถลงการณ์ว่า ปฏิบัติการ “มหากาพย์พิโรธ” (Epic Fury) ที่เป็นการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน เข้าสู่วันที่สาม หลังเปิดฉากเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยืนยันจำนวนทหารอเมริกันที่เสียชีวิตจากปฏิบัติการครั้งนี้ อยู่ที่อย่างน้อย 3 นาย แต่ยอมรับว่า มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากปฏิบัติการทางทหารยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และอาจใช้เวลานานถึง 4 สัปดาห์
U.S. forces are taking bold action to eliminate imminent threats posed by the Iranian regime. Strikes continue. pic.twitter.com/z1x07D7APl
— U.S. Central Command (@CENTCOM) March 2, 2026



ในเวลาเดียวกัน กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเช่นกัน ภายใต้รหัส “สิงโตคำราม” (Roaring Lion) ที่เป็นการประสานงานร่วมกับสหรัฐ โจมตีเป้าหมายไปแล้วมากกว่า 1,000 แห่งในอิหร่าน และตอนนี้อิสราเอลสามารถควบคุมน่านฟ้าเหนือกรุงเตหะรานได้แล้ว “อย่างเบ็ดเสร็จ”
Another angle of an Iranian missile making direct impact in occupied al-Quds pic.twitter.com/gBp0JBPJ0O
— Press TV ???? (@PressTV) March 2, 2026


ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) ยังคงปฏิบัติการตอบโต้อย่างต่อเนื่อง โดยนอกจากโจมตีเป้าหมายในอิสราเอลแล้ว ไออาร์จีซียังคงโจมตีเป้าหมายที่เป็นฐานทัพสหรัฐในหลายประเทศแถบตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) คูเวต ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ โอมาน และบาห์เรน ต่างไม่พอใจอย่างหนักที่อิหร่านโจมตีเช่นนี้ และต้องการให้ยุติทันที
Footage shows Iranian Shahed-136 drone flying freely through the sky in Dubai, UAE pic.twitter.com/CsOHXkRg6e
— Press TV ???? (@PressTV) March 2, 2026


กระนั้น ความพยายามที่จะมีการเจรจายังคงมีอยู่ แต่ทรัมป์กล่าวว่า “ให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงก่อน”.
เครดิตภาพ : AFP, REUTERS



