สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ว่าศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของกองทัพสหรัฐ (เซนต์คอม) ออกแถลงการณ์ว่า ปฏิบัติการ “มหากาพย์พิโรธ” (Epic Fury) ที่เป็นการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน เข้าสู่วันที่สาม หลังเปิดฉากเมื่อวันที่ 28 ก.พ.


ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยืนยันจำนวนทหารอเมริกันที่เสียชีวิตจากปฏิบัติการครั้งนี้ อยู่ที่อย่างน้อย 3 นาย แต่ยอมรับว่า มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากปฏิบัติการทางทหารยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และอาจใช้เวลานานถึง 4 สัปดาห์

ทหารเรือประจำกองทัพเรือสหรัฐกำลังเตรียมลำเลียงคลังสรรพาวุธ บนดาดฟ้าบินของเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นนิมิตซ์ “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น”

เครื่องบินขับไล่ เอฟ/เอ-18เอฟ ซูเปอร์ฮอร์เน็ต ของกองทัพสหรัฐ เตรียมทะยานขึ้นจากดาดฟ้าของเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น”

กลุ่มควันพวยพุ่งจากอาคารแห่งหนึ่ง หลังกองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศถล่มกองบัญชาการกองกำลังบาซิจ ของอิหร่าน ในกรุงเตหะราน


ในเวลาเดียวกัน กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเช่นกัน ภายใต้รหัส “สิงโตคำราม” (Roaring Lion) ที่เป็นการประสานงานร่วมกับสหรัฐ โจมตีเป้าหมายไปแล้วมากกว่า 1,000 แห่งในอิหร่าน และตอนนี้อิสราเอลสามารถควบคุมน่านฟ้าเหนือกรุงเตหะรานได้แล้ว “อย่างเบ็ดเสร็จ”

กลุ่มควันพวยพุ่งขึ้น หลังเหตุการณ์ที่ขีปนาวุธโจมตีอาคารแห่งหนึ่ง ในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน

ภาพถ่ายจากโดรนเผยให้เห็น เจ้าหน้าที่กู้ภัยของอิสราเอลกำลังปฏิบัติงาน ณ จุดที่ขีปนาวุธของอิหร่านตกใส่ถนน ในเมืองเยรูซาเลม


ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) ยังคงปฏิบัติการตอบโต้อย่างต่อเนื่อง โดยนอกจากโจมตีเป้าหมายในอิสราเอลแล้ว ไออาร์จีซียังคงโจมตีเป้าหมายที่เป็นฐานทัพสหรัฐในหลายประเทศแถบตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) คูเวต ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ โอมาน และบาห์เรน ต่างไม่พอใจอย่างหนักที่อิหร่านโจมตีเช่นนี้ และต้องการให้ยุติทันที

ระบบป้องกันของอิสราเอลสกัดกั้นขีปนาวุธที่ถูกยิงมาจากอิหร่าน ในน่านฟ้าเหนือเมืองเยรูซาเลม

นายยาอีร์ ลาพิด ผู้นำฝ่ายค้านของอิสราเอล กำลังใช้งานโทรศัพท์มือถือภายในที่หลบภัย ระหว่างที่มีเสียงไซเรนเตือนภัย ในกรุงเทลอาวีฟ


กระนั้น ความพยายามที่จะมีการเจรจายังคงมีอยู่ แต่ทรัมป์กล่าวว่า “ให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงก่อน”.

เครดิตภาพ : AFP, REUTERS