เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 2 มี.ค. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ “โอ๊ค” บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ หรือ “ติ๊ก” ภรรยา และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ซึ่งถือเป็นการเข้าเยี่ยมครั้งที่ 44 โดยมีนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัว ร่วมเดินทางเข้าเยี่ยมในฐานะตัวแทนครอบครัวด้วย ขณะที่บริเวณหน้าเรือนจำยังคงมีมวลชนคนเสื้อแดงเดินทางมารอต้อนรับและให้กำลังใจสมาชิกครอบครัวชินวัตรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันนายทักษิณ ได้รับการคุมขังมาแล้วเป็นระยะเวลา 5 เดือน 21 วัน

ต่อมาเวลา 11.30 น. ภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าเยี่ยม ตัวแทนสมาชิกครอบครัว นายพานทองแท้ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า นายทักษิณมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงดี โดยการพูดคุยในวันนี้เป็นการสนทนาเรื่องทั่วไป ไม่ได้มีประเด็นอะไรเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องการพักโทษที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนั้น ไม่ได้มีการหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกัน ก่อนที่ทั้งหมดจะกล่าวขอบคุณสื่อมวลชนและเดินทางกลับออกไป

ทางด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัว เปิดเผยถึงอาการป่วยของนายทักษิณว่า จากการพูดคุยพบว่าสุขภาพดีขึ้นกว่าระยะแรก ๆ ที่เข้ามา สีหน้ายิ้มแย้มเบิกบานเนื่องจากมีลูกหลานและญาติเข้ามาเยี่ยมสม่ำเสมอ รวมถึงได้รับทราบถึงกำลังใจจากพี่น้องประชาชนและมวลชนคนเสื้อแดง สำหรับความคืบหน้ากระบวนการพักโทษนั้น ตนในฐานะทนายความกำลังดำเนินการตามระเบียบและกฎกระทรวง รวมถึง พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุดภายในเดือนนี้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ให้ข่าวไว้ โดยขณะนี้นายทักษิณเข้าสู่การคุมขังเดือนที่ 6 แล้ว ซึ่งตามเกณฑ์การพ้นโทษจะต้องคุมขังให้ครบ 2 ใน 3 ของโทษทั้งหมด 8 เดือน หากครบถ้วนตามหลักเกณฑ์และได้รับการปล่อยตัว ก็ถือเป็นเรื่องดีต่อตัวท่าน ครอบครัว และประชาชนที่เฝ้ารอ

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีคดีมาตรา 112 ที่มีการยื่นอุทธรณ์อยู่นั้น นายวิญญัติระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอขยายเวลาแก้อุทธรณ์ ซึ่งผลของคดีต้องกลับไปที่จุดเดิม คือศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องไปแล้ว ท่านจึงถือเป็นผู้บริสุทธิ์ การอุทธรณ์ของโจทก์หรืออัยการเป็นเพียงกระบวนการตามขั้นตอน ซึ่งไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาในขณะนี้ และที่สำคัญคือคดี 112 เป็นคนละส่วนกับการพักโทษ เพราะการพักโทษเป็นเรื่องของคดีที่ถึงที่สุดแล้ว จึงไม่มีผลกระทบต่อกัน

ช่วงท้าย นายวิญญัติ ได้กล่าวให้กำลังใจประชาชนที่รอคอยการได้รับอิสรภาพของนายทักษิณในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้ว่า เชื่อว่าวันนั้นจะมาถึงในเร็ว ๆ นี้ และทุกคนจะได้เห็นว่าท่านได้รับการบังคับโทษตามเกณฑ์อย่างครบถ้วนแล้ว ส่วนภารกิจของนายทักษิณภายหลังออกมาจะเป็นอย่างไรนั้น เป็นเรื่องส่วนตัวที่ท่านจะดำเนินการเอง พร้อมฝากถึงประชาชนที่กำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจหรือความกังวลเรื่องการเมืองว่าขอให้ใจเย็น ๆ เนื่องจากประเทศชาติมีกลไกดำเนินการอยู่ ส่วนประเด็นการเลือกตั้งที่อาจมีการมองว่าเป็นโมฆะหรือไม่นั้น ตนเชื่อว่าบ้านเมืองปกครองด้วยระบบนิติรัฐ หากมีหลักฐานก็ว่ากันไปตามกระบวนการ และขอให้กำลังใจทุกฝ่ายให้ผ่านพ้นสถานการณ์ไปได้ด้วยดี




