เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังสุรสีห์ หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า สนธิกำลังร่วมกับ สภ.ไทรโยค , ร้อย ตชด.136 , ตม.จว.กาญจนบุรี และฝ่ายปกครอง อ.ไทรโยค ได้ร่วมกันตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณจุดตรวจร่วมไทรโยค บ้านพุองกะ หมู่ 4 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

ขณะปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัย ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว ขับมาจาก อ.เมืองกาญจนบุรี มุ่งหน้า อ.ทองผาภูมิ จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอตรวจสอบ ภายในรถพบผู้กระทำความผิดรวม 4 ราย ประกอบด้วย ชาวไทย ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้นำพา และชาวจีนอีก 3 ราย ทั้งหมดไม่สามารถแสดงเอกสารยืนยันตัวตนหรือเอกสารการอนุญาตเข้าเมืองต่อเจ้าหน้าที่ได้

พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางหลายรายการ ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ แอปเปิ้ล รุ่นไอโฟน ต่างๆ จำนวน 25 เครื่อง (คละสี) , ซิมการ์ดมือถือ 10 ซิม , บัตรเติมเงินสด 1 รายการ, ธนบัตรสหรัฐอเมริกา 100 ดอลลาร์ จำนวน 55 ฉบับ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 171,379 บาท) และธนบัตรจีน 100 หยวน จำนวน 1 ฉบับ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 452 บาท)

จากการซักถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาชาวจีนให้การว่า ได้รับการชักชวนจากเครือข่ายชาวจีนให้มาทำงาน โดยเดินทางจากมณฑลกวางซี ประเทศจีน ผ่านประเทศเวียดนาม และกัมพูชา ก่อนจะลักลอบเข้าสู่ประเทศไทยตามช่องทางธรรมชาติ และมีรถยนต์มารับจากแนวชายแดนเพื่อไปส่งยังพื้นที่เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

ขณะที่ชายไทย ผู้นำพา อ้างว่ามีชายชาวจีนที่พูดภาษาไทยได้ติดต่อตนผ่านแอปพลิเคชันเรียกรถ ให้ไปรับผู้โดยสารชาวจีนกลุ่มนี้เพื่อไปส่งที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยตกลงค่าจ้าง 5,000 บาท ก่อนจะมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ในที่สุด

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งหมดในความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 (บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย) และจากการประเมินสถานการณ์ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าการลักลอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการค้ามนุษย์ หรือขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ที่มีต้นทางจากประเทศกัมพูชา และมีเป้าหมายที่จะเคลื่อนย้ายไปทำงานในพื้นที่ อ.พญาตองซู รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา.