สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ว่า นายเจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวถึงปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ซึ่งเป็นความร่วมมือกับอิสราเอล ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่าสหรัฐต้องการมีความปลอดภัยจากอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน และต้องการสร้างความมั่นใจว่า อิหร่านจะไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้


รองผู้นำสหรัฐกล่าวว่า การก้าวไปให้ถึงเป้าหมายนั้น จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงทางความคิดตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน จากระบอบการปกครองอิหร่าน ดังนั้น เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เห็นว่า รัฐบาลเตหะรานกำลังอ่อนแอ แต่ยังคงมุ่งมั่นที่จะก้าวไปให้ถึงขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ สหรัฐจึงตัดสินใจลงมือ เพราะรู้สึกว่า “เป็นสิ่งจำเป็น” เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ


ขณะเดียวกัน แวนซ์ยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีความตั้งใจที่จะเข้าสู่สงครามที่ยืดเยื้อ หรือกินเวลานานหลายปี โดยไม่มีจุดจบหรือเป้าหมายที่ชัดเจน สงครามนี้จะไม่เป็นแบบเดียวกับในอิรักหรืออัฟกานิสถาน


นอกจากนี้ แวนซ์ยังกล่าวด้วยว่า ใครจะเป็นผู้ปกครองอิหร่านในท้ายที่สุดนั้น “ไม่ใช่จุดโฟกัสหลัก” ของรัฐบาลวอชิงตัน แต่เป็นเพียง “ผลพลอยได้” เนื่องจากเป้าหมายสูงสุดของสหรัฐ ยังคงเป็นการขัดขวางไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จ.

เครดิตภาพ : REUTERS