เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 3 มี.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึง การประเมินวิกฤติของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางจะไปถึงระดับไหน ว่า ดูแล้วยืดเยื้อแน่นอน อาจขยายและบานปลายออกไป ซึ่งทุกคนก็มองว่า น่าจะเป็นประโยชน์ถ้าเข้าสู่กระบวนการเจรจา แต่ดูแล้วตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

เมื่อถามว่า มีการมองว่าการสู้รบอิหร่าน-อิสราเอล กับเหตุการณ์สู้รบฮามาส-อิสราเอลเป็นคนละแบบกัน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การสู้รบอิหร่าน-อิสราเอลไม่ใช่แค่ อิหร่าน อิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) บาห์เรน กาตาร์ คูเวต จอร์แดน และจะไปที่ไซปรัส ต่างกันเยอะในแง่ของระดับพื้นที่ และจำนวนคนไทยด้วย โดยเหตุการณ์ฮามาส-อิสราเอล พุ่งไปที่อิสราเอล มีคนไทยจำนวน 40,000 คน 

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า แต่การสู้รบอิหร่าน-อิสราเอล ครั้งนี้เป็น 100,000 คน ซึ่งเราต้องมีความเร่งด่วนในการช่วยเหลือที่อิหร่านก่อน เราก็มีมาตรการเรื่องที่หลบภัยต่างๆ และการติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้อิหร่านได้ขอให้คนไทยทั้งหมดออกมา และเราก็หาทางอพยพคนไทยกลับมาประเทศไทย ส่วนที่อื่นหากคนไทยจะกลับก็บอกเรามา ดูว่าจะต้องออกเส้นทางไหน อย่างที่ UAE ก็มีแผนที่จะเปิดน่านฟ้า เราก็จะดูเรื่องตั๋วเครื่องบินให้เพียงพอ ที่บาห์เรนก็มีการโจมตีหนัก เราจะดูแลคนไทยให้ปลอดภัย อพยพจากที่เสี่ยงคือสถานที่ที่ใกล้ฐานทัพสหรัฐอเมริกา เรามีแผนที่จะไปที่ไหนอย่างไรตามสถานการณ์ ไม่อยากให้ตื่นตระหนกเกินไป

เมื่อถามว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยในอิหร่านตอนนี้ตกอยู่ในเป้าหมายหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ถือว่าหน่วยราชการเป็นเป้าหมายอยู่ แต่ยังไม่เสียหาย ยังได้รับผลกระทบ เราพยายามจะไม่ให้เกิด อย่างไรก็ตามสถานการณ์นั้นเราคาดการณ์ไม่ได้