สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงการที่สเปนไม่อนุญาตให้สหรัฐใช้ฐานทัพอากาศโรตาและฐานทัพอากาศโมรอน เพื่อเป็นฐานให้กับปฏิบัติการทางทหารของอเมริกา ในการโจมตีอิหร่าน ว่า “สเปนทำตัวแย่มาก” และสั่งให้นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ ระงับการติดต่อและตัดขาด “ความร่วมมือทางการค้า” ทั้งหมดกับสเปนแล้ว
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังตำหนินายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ผู้นำสเปน ที่ไม่ยอมเพิ่มงบประมาณป้องกันประเทศให้มีสัดส่วนเป็น 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ตามข้อเรียกร้องของสหรัฐ
.@POTUS: "Some of the European nations have been helpful, and some haven't—and I'm very surprised. Germany's been great… Spain has been terrible. In fact, I told Scott to cut off all dealings with Spain."
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) March 3, 2026
"By the way, I'm not happy with the U.K. either." pic.twitter.com/Q9qtyDVDbx
ด้านกระทรวงการต่างประเทศสเปนออกแถลงการณ์ ว่าความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกัน ต้องเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงของสหภาพยุโรป (อียู) พร้อมระบุว่า แม้สเปนคัดค้านระบอบการปกครองของอิหร่าน แต่ไม่เห็นด้วยกับการแทรกแซงทางทหารที่อันตรายและไม่สมเหตุสมผล
นอกจากนี้ ทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อการที่เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร มีท่าที “ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ” กับสหรัฐในเรื่องนี้เช่นกัน โดยวิจารณ์ว่า การที่สหราชอาณาจักรไม่ให้ใช้ฐานทัพในไซปรัส ทำให้เครื่องบินรบของสหรัฐต้องบินอ้อมเพิ่มอีกหลายชั่วโมง แม้สตาร์เมอร์ยืนยันว่า ให้ใช้ฐานทัพแห่งอื่น แต่เพื่อ “การป้องกันตนเอง”.
เครดิตภาพ : AFP



