เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่มหาวิทยาลัยพะเยา จ.พะเยา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ พร้อมด้วยผู้บริหารสพฐ.เข้าร่วม โดยมีนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน
นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการชี้แจงข้อราชการต่างๆให้แก่สพท.ได้รับทราบก่อนและหลังเปิดภาคเรียนที่จะนำไปปฎิบัติอย่างถูกต้อง พร้อมติดตามนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานของสพฐ.และการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และหนเาที่พลเมือง เพราะจังหวัดพะเยาถือเป็นเมืองประวัติศาสตร์มีบุคคลสำคัญที่อยู่ในจังหวัดนี้ เช่น พญางำเมือง กว๊านพะเยา เป็นต้น ให้นักเรียนได้เรียนรู้ โดยตนขอย้ำถึงการสร้างโอกาสและคุณภาพทางการศึกษาของการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กฝากสพท.ดำเนินการด้วยว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร เพื่อทำให้โรงเรียนขนาดเล็กมีคุณภาพ ในส่วนความคิดเห็นของตนมองว่า ประเด็นการยุบหรือควบรวมโรงเรียนไม่จำเป็นจะต้องไปบอกคนในชุมชน แต่เรื่องนี้ขอให้เด็กไปบอกผู้ปกครองเองว่าอยากไปเรียนโรงเรียนไหนที่มีคุณภาพ เพราะสมัยตนรับราชการใหม่ๆไปอยู่โรงเรียนขนาดเล็กมีเด็กเพียงไม่กี่คน แต่ตนไปขอความร่วมมือจากวัด และไปขอครูภาษาอังกฤษแลกเปลี่ยนมาสอนนักเรียน ทำให้โรงเรียนมีคุณภาพ เมื่อเด็กอื่นมาเห็นก็ไปบอกผู้ปกครองเองว่าจะเรียนที่ไหน ซึ่งวิธีการนี้คือกุศโลบายอย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงขอให้สพท.หาวิธีการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กตามบริบทของแต่ละพื้นที่ด้วย โดยปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กเป็นเรื่องใหญ่ เพราะทุกวันนี้อัตราการเกิดลดน้อยลง และจะส่งผลให้เกิดวิกฤตโรงเรียนขนาดเล็กมากขึ้น และการแก้ปัญหานี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการประเมินผอ.สพท.ด้วย แม้การบริหารงานบุคคล โดยเฉพาะอัตรากำลังที่ยังขาดแคลนในกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็ก สพฐ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่มีคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) กำหนดการขอเกณฑ์อัตรากำลังไว้อยู่
เลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า ส่วนการบริหารงานบุคคลตนได้แจ้งให้สพท.รับทราบด้วยว่าการสอบคัดเลือกผอ.สพท.และการสอบบรรจุแต่งตั้งให้เป็นข้าราชการครูสังกัดสพฐ.ตำแหน่งครูผู้ช่วย ในส่วนของการสอบครูผู้ช่วยว16 เนื่องจากการสอบทั้งสองกรณีจะต้องสอบภาค ก ด้านความรู้ทั่วไป ซึ่งจะต้องมีคะแนนสอบผ่านถึง 60% ส่วนภาค ข เป็นการสอบความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง และภาค ค เป็นการสอบสัมภาษณ์เพื่อประเมินประวัติส่วนตัว ประสบการณ์ ความสามารถพิเศษ พร้อมแฟ้มผลงาน ดังนั้นหากเราต้องการบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์จำเป็นจะต้องปลดล็อคเกณฑ์คะแนนสอบ โดยลดคะแนนสอบภาค ก ให้ผ่านเกณฑ์เพียง 50% และที่เหลือเป็นการนำคะแนนสอบจากทั้งภาค ข และ ค มารวมกันเป็นเกณฑ์คะแนนการสอบผ่าน 60% ได้หรือไม่ เพื่อที่เราจะได้บุคลากรที่มีความรู้ มีประสบการณ์ มีคุณธรรมควบคู่ไปด้วย ซึ่งประเด็นดังกล่าวเหล่านี้ตนได้เสนอสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ให้พิจารณาแล้ว และก.ค.ศ.พร้อมทบทวนข้อเสนอของสพฐ.โดยจะนำหลักเกณฑ์การสอบคัดเลือกนี้เข้าสู่การประชุมบอร์ดก.ค.ศ.ต่อไป นอกจากนี้จะหางบประมาณมาสนับสนุนบุคลากรสพฐ. เช่น ครู ศึกษานิเทศก์ เป็นต้น ในการให้โอกาสได้ศึกษาต่อในประเทศและต่างประเทศ เพื่อกลับมาพัฒนาหน่วยงานของตัวเองได้อย่างมีคุณภาพ สำหรับด้านสวัสดิการและสวัสดิภาพครูสพฐ.โดยเฉพาะการปรับโฉมบ้านพักครู เราพร้อมดำเนินการต่ออย่างแน่นอน เพราะได้จัดทำข้อมูลและงบประมาณไว้แล้ว ซึ่งเมื่อได้รัฐบาลชุดใหม่ก็พร้อมขับเคลื่อนได้ทันที
‘ผมฝากสพท.ได้ดูระบบฐานข้อมูลนักเรียนและทำอย่างถูกต้อง เพื่อใหัข้อมูลนักเรียนเป็นฐานข้อมูลปัจจุบัน เพราะที่ผ่านมามีการกรอกข้อมูลนักเรียนเกิน ดังนั้นตนขอฝากสพท.ต้องทำให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ด้วย เพราะเป็นสิ่งที่สังคมจับตาอยู่ตลอด เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้จะไปผูกพันกับงบอุดหนุนรายหัวนักเรียน รวมถึงการกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งสำนักงบประมาณมีการท้วงติงถึงการดำเนินการดังกล่าว ดังนั้นขอฝากสพท.ทำการจัดซื้อจัดจ้างให้ถูกต้องตามระเบียบอย่างโปร่งใสด้วยเช่นเดียวกัน’ นายพิเชฐ กล่าว



