จากกรณีกระแสดราม่าของ “กลุ่มแก๊งออฟโรด” ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เนื่องจากยังมีพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่ง สร้างความไม่เหมาะสมแก่สถานที่ แฟนเพจหนึ่ง ซึ่งเป็นเพจสายยานยนต์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มออฟโรด หลังพบขับรถยนต์ลงไปจอดในลำธาร และมีการบินโดรนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พร้อมระบุข้อความว่า “หยุดการกระทำแบบนี้นะครับ ทุ่งใหญ่นเรศวร เป็น “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า” (Wildlife Sanctuary) ถูกควบคุมด้วยกฎหมายพิเศษเฉพาะ คือ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เป็นแหล่งมรดกโลกของประเทศไทยโดยการขึ้นทะเบียนของยูเนสโก ถึงแม้พวกพี่ๆ จะบอกว่าเอาอุปกรณ์การเรียนไปยัง รร.บ้านเกาะสะเดิ่ง อันนี้เข้าใจได้ แต่การกระทำลักษณะนี้ มันขัดต่อกฏหมายป่า พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. นายรัตนชัย เขยชัย เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าระดับ ส.3 หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าตะเคียนทอง เขตอนุรักษ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร(ตะวันตก) ได้เดินทางมายัง สภ.สังขละบุรี เพื่อแจ้งความกับ ร.ต.อ.ณัฐพงษ์ แก้วทองดี ร้อยเวรสภ. สังขละบุรี ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับกลุ่มบุคคลที่ได้กระทำผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯและพ.ร.บ.การเดินอากาศฯ โดยคณะเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ได้ร่วมกันตรวจสอบข้อมูลการเผยแพร่ข่าวสารของเว็บเพจ Facebook เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 69 พบว่า ได้มีการโพสต์ภาพ วิดีโอ และข้อความในการนำเสนอข่าวสารที่ปรากฏทางสื่อโซเชียล Facebook

อันเป็นการเข้าไปในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก บริเวณพื้นที่หมู่บ้านเกาะสะเดิ่ง ท้องที่หมู่ที่ 3 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยไม่ปฏิบัติตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการอนุญาตให้กระทำการในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2565และไม่ปฏิบัติตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการปฏิบัติของผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พ.ศ.2564

โดยคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงดังกล่าว ปรากฏผลกการตรวจสอบ ดังนี้ ได้รับหนังสือจาก ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง เรื่องขออนุญาตเข้าพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี แจ้งว่ามีคณะจิตอาสา ต้องการเดินทางเข้ามาบริจาคอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอน สิ่งของอุปโภคบริโภค เครื่องมือการเกษตร และเลี้ยงอาหารเด็ก ณ โรงเรียนบ้านกองม่องทะ ในวันที่ 30 พ.ค. 69 และเดินทางออกจากพื้นที่ในวันที่ 31 พ.ค. 69 โดยมีการใช้รถยนต์ส่วนตัวขับเข้ามา 11 คัน มีผู้โดยสารรวม 32 คน

ทั้งนี้กลุ่มบุคคลยังได้ขับรถเข้าไปในลำธาร และยิงบินโดรนในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้หน่วยงานเกิดความเสียหาย การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการกระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ดังนี้

1.ฐานผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกำหนดและคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้สั่งให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562มาตรา51วรรคสอง และมาตรา 97
2.ฐาน เปลี่ยนแปลงทางน้ำหรือทำให้น้ำในลำน้ำ ลำห้วย หนอง บึง ท่วมท้น เหือดแห้งเน่าเสีย หรือเป็นพิษ ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562มาตรา 55 (3)และมาตรา 92
3.ฐาน ปิดกั้นหรือทำให้กีดขวางแก่ทางน้ำหรือทางบก ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562มาตรา 55 มาตรา101
4.ฐาน เก็บหา นำออกไป กระทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่งไม้ ดิน หิน กรวด ทราย หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระทำการอื่นใด อันส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ หรือความหลากหลายทางชีวภาพ ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา55(5)และมาตรา 100
5.ฐาน ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องถ่ายภาพในอากาศยานหรือจากอากาศยาน ไม่ว่าโดยวิธีใดเว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497

ภายหลัง ร.ต.อ.ณัฐพงษ์ แก้วทองดี ร้อยเวรสภ. สังขละบุรี ได้รับเรื่องไว้ดำเนินคดีเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งหลังจากนี้จะออกหนังสือเรียกกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบสวน ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา ดำเนินคดีตามกฎหมาย.



