สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่าพล.อ.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐ กล่าวว่า นับตั้งแต่กองทัพสหรัฐเปิดฉากปฏิบัติการ “มหากาพย์พิโรธ” ( Epic Fury ) ต่ออิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ยอดการยิงขีปนาวุธนำวิถีของอิหร่าน ลดลงมากถึง 86% เมื่อเทียบกับวันแรกของการสู้รบ
ขณะที่ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ปริมาณการยิงขีปนาวุธลดลงอีก 23% และที่สำคัญคือ การใช้โดรนพลีชีพลดลงถึง 73% ซึ่งสะท้อนว่า คลังอาวุธและแท่นยิงขีปนาวุธของอิหร่านถูกทำลายไป “มหาศาล”
Gen. Dan Caine: "As of this morning, @CENTCOM is making steady progress. Iran's theater ballistic missile shots fired are down 86% from the first day of fighting, with a 23% decrease just in the last 24 hours. Their one-way attack drone shots are down 73% from the opening days." pic.twitter.com/pELgB038Fi
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) March 4, 2026
ความสำเร็จดังกล่าวทำให้กองทัพสหรัฐอยู่ในสถานะ “ครองอากาศ” หรือมีความได้เปรียบเหนืออีกฝ่ายในยุทธบริเวณหนึ่งอย่างชัดเจน บริเวณชายฝั่งตอนใต้ของอิหร่านอย่างโดยสมบูรณ์ และสามารถเจาะทะลวงระบบป้องกันภัยของอิหร่าน ด้วยอำนาจการทำลายล้างที่แม่นยำ
.@SecWar: "Starting last night, and to be completed in a few days… the two most powerful air forces in the world will have complete control of Iranian skies." pic.twitter.com/Dy3lBCHMlM
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) March 4, 2026
ด้านนายพีต เฮกเซธ รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในตอนนี้ เป็นเพียง “ช่วงเริ่มต้น” เท่านั้น และนับจากนี้ “จะมีการเร่งเครื่องให้มากขึ้น” โดยเป้าหมายในระยะถัดไปคือ การให้กองทัพอากาศสหรัฐ และอิสราเอลสามารถ “ควบคุมน่านฟ้าอิหร่านโดยสมบูรณ์” ซึ่งคาดว่าจะสำเร็จภายในไม่เกิน 1 สัปดาห์.
เครดิตภาพ : AFP



