นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการเปิดโครงการจับคู่ธุรกิจสินค้าผลไม้สด ผลไม้แปรรูป และผลิตภัณฑ์เกษตรอื่น ๆ ว่า โครงการนี้เป็นกลไกสำคัญในการหาตลาดล่วงหน้าก่อนฤดูกาลผลผลิตออกสู่ตลาด ช่วยกระจายผลผลิตและเสริมความมั่นคงด้านราคาให้เกษตรกร โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้เชิญผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และตัวแทนจำหน่ายศักยภาพสูงจาก 18 ประเทศทั่วโลก รวม 94 บริษัท เข้าร่วมเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการไทย 101 บริษัท จาก 22 จังหวัดทั่วประเทศ เกิดการจับคู่ธุรกิจกว่า 600 นัดหมาย ทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online คาดสร้างมูลค่าการเจรจาการค้าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

โดยภายในงานยังมีพิธีลงนามบันทึกความตกลงซื้อขาย (MOP) ระหว่างผู้ส่งออกไทยและผู้นำเข้าจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) จำนวน 10 คู่ รวมปริมาณกว่า 3,000 ตัน ซึ่งจะช่วยขยายฐานการส่งออกผลไม้ไทยในระยะยาว แม้อยู่ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาค โดยขอส่งกำลังใจให้คู่ค้าทางธุรกิจ และขอให้เชื่อมั่นในคุณภาพผลไม้ของไทย

ขณะเดียวกัน ขอแจ้งโอกาสสำคัญของสับปะรดไทยในตลาดสหรัฐ ภายหลังจากสหรัฐ มีการใช้มาตรา 122 ซึ่งมีสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีกว่า 1,000 รายการ และหนึ่งในนั้น คือ สับปะรด โดยไทยมีระยะเวลาสิทธิประโยชน์ประมาณ 150 วัน จึงเป็นช่วงเวลาทองที่ผู้ประกอบการควรเร่งรุกตลาด เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรและอุตสาหกรรมแปรรูปที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ขอแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการ SME จำนวน 6 ราย ที่ได้รับคัดเลือกเป็น Agri-Export Stars ดาวรุ่งศักยภาพสูง และจะได้เข้าร่วมเจรจาการค้าในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 โดยขอขอบคุณคณะกรรมการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ร่วมผลักดันผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก

สำหรับการอำนวยความสะดวกให้กับการส่งออกผลไม้ไทย ตนจะนำคณะลงพื้นที่ด่านเวียดนามและจีน ติดตามสถานการณ์ด้านโลจิสติกส์ในช่วงฤดูกาลผลไม้ โดยเฉพาะเส้นทางขนส่งผ่านด่านสำคัญ ทั้งทางรถ ราง และเรือ เพื่อให้การระบายผลผลิตเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ส่วนทิศทางปี 2569 กระทรวงพาณิชย์ขับเคลื่อนผลไม้ภายใต้แนวคิด “Thailand : The Land of Tropical Fruits” ด้วยมาตรการบริหารจัดการผลไม้ระยะเร่งด่วน 3 ด้าน 8 มาตรการ ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การขนส่ง การตลาด การส่งเสริมภาพลักษณ์ และการลดอุปสรรคการค้า มุ่งวางรากฐานโครงสร้างใหม่ เพื่อสร้างเสถียรภาพราคา ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และส่งเสริมเกษตรคาร์บอนต่ำ รวมถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวว่า โครงการจับคู่ธุรกิจครั้งนี้ จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 มีเป้าหมายรักษาตลาดเดิม บุกตลาดใหม่ และเพิ่มส่วนแบ่งตลาด โดยผู้นำเข้าที่เข้าร่วมมาจาก 18 ประเทศ อาทิ จีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไต้หวัน ญี่ปุ่น เวียดนาม ฮ่องกง อาร์เจนตินา โปแลนด์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย อินเดีย สาธารณรัฐเช็ก อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร รัสเซีย และเดนมาร์ก และภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมคู่ขนาน ได้แก่ 1.กิจกรรม Agri-Export Stars Pitching Challenge 2.พิธีลงนามบันทึกตกลงซื้อขาย (MOP) ไทย-UAE 3.กิจกรรมให้คำปรึกษาด้านการส่งออก ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร 22 หน่วยงาน 4.การนำเสนอสินค้าเด่นจากทุกภูมิภาค ร่วมกับพาณิชย์จังหวัด และ 5.กิจกรรมสาธิตปรุงอาหารและเครื่องดื่มจากผลไม้ไทย

ในปี 2568 ผลไม้เป็นสินค้าเกษตรส่งออกอันดับ 1 ของไทย โดยไทยส่งออกผลไม้สดและแปรรูปปริมาณกว่า 4.44 ล้านตัน มูลค่า 8,962 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 294,129 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.83% ตลาดสำคัญ ได้แก่ จีน สหรัฐ และมาเลเซีย