เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่ศาลอาญาตลิ่งชัน ถนนเลียบทางรถไฟ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความ ยื่นฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการที่ น.ส.รักชนก โพสต์ข้อความลงในเพจเฟซบุ๊กของตนเอง
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนได้รับมอบอำนาจจากนายสุชาติ ให้เดินทางเข้ามายื่นฟ้อง น.ส.รักชนก ภายหลังจากที่ กกต. ได้รับรอง สส.บัญชีรายชื่อ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาจากการโพสต์พาดพิงนายสุชาติ ว่ารัฐมนตรีที่มาจากการโกงเลือกตั้ง กับคนเฮ้งซวยรวมถึงโพสต์พาดพิงอื่น ๆ ซึ่งคำว่าเฮ้งเป็นชื่อเล่นของนายสุชาติ ซึ่ง น.ส.รักชนก ได้แก้ไขข้อความดังกล่าวทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ความเสียหายได้เกิดขึ้นไปแล้ว วันนี้ตนจึงเข้ามายื่นฟ้องต่อศาลและศาลรับไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 27 เม.ย. 2569 เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.257/2569
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ตนยืนยันว่าการฟ้องครั้งนี้ไม่ใช่การฟ้องปิดปาก เมื่อเราดูประวัติแล้ว น.ส.รักชนก ยังมีคดีอื่นอีก 2 คดี หนึ่งในนั้นมีคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ศาลพิพากษาจำคุก 6 ปี ก่อน น.ส.รักชนก ได้รับการประกันตัวออกมา และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ รวมถึงคดีหมิ่นประมาทอีกคดีที่ศาลอาญารัชดาด้วย จึงขอให้นับโทษต่อจากคดีอื่น รวมถึงนายสุชาติได้ให้ฝ่ายกฎหมายดูว่าจะสามารถถอดถอนประกันของ น.ส.รักชนก ได้หรือไม่ รวมถึงให้ดูว่าเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งความแล้ว ทำไมถึงยื่นฟ้องเอง นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า วันนี้ กกต. รับรอง สส.แบบบัญชีรายชื่อแล้ว และในมาตรา 125 ตามรัฐธรรมนูญมีเอกสิทธิ สส. ห้ามพนักงานสอบสวนจับกุม แต่การยื่นฟ้องโดยตรงเป็นข้อยกเว้นตามมาตรา 125 วรรค 4 ส่วนคดีที่อยู่ในมือพนักงานสอบสวนกำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจพิสูจน์ ซึ่งจะนำหลักฐานส่วนนี้มาประกอบในคดีนี้ด้วยข้อเท็จจริงเหมือนกัน และนำเนื้อหาที่ได้แจ้งความก่อนหน้ามาเพิ่มน้ำหนักในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโดยจะมีพนักงานสอบสวนเข้ามาเบิกความในคดีนี้ด้วย
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า การฟ้องครั้งนี้ตนยืนยันไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองแน่นอน เพราะถ้า น.ส.รักชนก ไม่โพสต์แบบนั้นใครจะทำอะไรได้ เป็นการกระทำที่เจ้าตัวทำตัวเอง ไม่เกี่ยวกับคนอื่นเลย ไม่ใช่ว่านายสุชาติมีตำแหน่งทางการเมืองแล้วไปใช้สิทธิปิดปากไม่ให้พูด น.ส.รักชนก มีเสรีภาพในการพูดอยู่แล้ว แต่ต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย จะทำเกินขอบเขตไม่ได้
เมื่อถามว่ายังมีเกรียนคีย์บอร์ดที่นายสุชาติเล็งจะฟ้องหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ต้องบอกแบบนี้ว่าจะถ้าเป็นเรื่องเล็กน้อย เราคงจะไม่ฟ้องร้อง เราทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ก่อนหน้านี้คนที่เคยหมิ่นประมาทแล้วเข้ามาขอโทษก็ถูกถอนฟ้องแล้ว ตนขอเตือนไปถึงคนที่คอมเมนต์หมิ่นประมาทนายสุชาติก็ระวังจะโดดเดี่ยวหน้าบัลลังก์ ทีมทนายความของตนเอาจริงอย่างแน่นอน
เมื่อถามว่ามีการเรียกค่าเสียหายหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า มีการเรียกค่าเสียหาย 50 ล้าน พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี



