เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเลขที่ 58 หมู่ 6 บ้านดอนแก่นเฒ่า ต.นางาม อ.มัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของนางสมภาร ประจิตร อายุ 72 ปี มารดาของ นายอำนาจ ประจิตร อายุ 34 ปี แรงงานไทยซึ่งเสียชีวิตจากการหลบภัยสงคราม ก่อนจะเกิดอาการเวียนศีรษะ และล้มในห้องน้ำก่อนจะเสียชีวิต โดยแพทย์ระบุว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว

โดยบรรยากาศภายในบ้านพบว่า ญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตกำลังช่วยกันคัดแยกเมล็ดหญ้าออกจากข้าวสาร เพื่อเตรียมไว้สำหรับจัดงานศพให้กับผู้เสียชีวิต แม้ในขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะสามารถนำร่างกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดได้เมื่อใด โดยนายสามารถ ประจิตร ลูกชายคนกลาง ซึ่งทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอลเช่นกัน ได้วิดีโอคอลมาพูดคุยกับแม่ด้วยความเป็นห่วง พร้อมเล่าว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายร่างของน้องชายได้ เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่ยังมีความไม่สงบ และร่างของผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่โรงพยาบาล และพูดคุยสารทุกข์ไม่ให้แม่เป็นห่วง ก่อนวางสายเพื่อทำงานต่อ

ขณะที่ นางอรวรรณ หินตะ แรงงานจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นางอัจณรา เจริญผล จัดหางานจังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมชี้แจงสิทธิประโยชน์และขั้นตอนการดำเนินการนำร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทย รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นางอรวรรณ หินตะ แรงงานจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า สิทธิประโยชน์ของแรงงานที่เสียชีวิตที่อิสราเอลนั้น มีสองประเภทคือเสียชีวิตปกติทั่วไปหรือจากโรคภัยไข้เจ็บ และการเสียชีวิตจากเหตุสงคราม โดยนายอำนาจนั้น เป็นกรณีเสียชีวิตจากการทำงานปกติ จะได้รับจากประกันชีวิตหรือประกันภัยที่นายจ้างจัดให้ ซึ่งครอบคลุมค่าจ้างหรือเงินเดือนที่ค้างจ่าย รวมถึงเงินประกันภัยตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ซึ่งสิทธิประโยชน์ดังกล่าว จะแตกต่างจากกรณีเสียชีวิตจากภัยสงคราม เนื่องจากหากเสียชีวิตจากภัยสงคราม บิดามารดาจะได้รับเงินจากประกันภัยของประเทศอิสราเอลเป็นรายเดือนตลอดชีวิต และบุตรหรือภรรยาจะได้รับเงินช่วยเหลือเช่นเดียวกัน

“ในส่วนของการนำร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทย นายจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการส่งศพกลับมายังประเทศไทย โดยญาติผู้เสียชีวิตได้ยืนยันความประสงค์ที่จะรับร่างกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด และหลังจากได้รับเอกสารมอบอำนาจจากญาติผู้เสียชีวิตแล้ว ทางสถานเอกอัครราชทูตไทย จะดำเนินการประสานงานเพื่อเร่งนำร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะสามารถส่งเอกสารไปยังประเทศอิสราเอลได้ภายในวันพรุ่งนี้ หลังจากการจัดทำเอกสารรับรองจากอำเภอแล้วเสร็จ”

แรงงานจังหวัดขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและปลัดกระทรวงแรงงาน ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยขณะนี้ทางสถานเอกอัครราชทูตไทยยังไม่ได้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางว่าสนามบินยังเปิดให้บริการตามปกติหรือไม่ หรือจะใช้วิธีการใดในการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทย ซึ่งต้องรอการยืนยันรายละเอียดจากสถานทูตอีกครั้งหลังจากได้รับข้อมูลที่ชัดเจน

ขณะที่ นางสมภาร ประจิตร อายุ 72 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มาหา ก็รู้สึกคลายกังวลในเรื่องรับศพลูกชายกลับมาทำพิธีทางศาสนาที่บ้าน รู้สึกดีใจที่เจ้าหน้าที่ไม่ทอดทิ้งกัน หลังเกิดเหตุก็เฝ้ารอลูกชายมาเข้าฝัน อยากเห็นหน้า อยากพูดด้วย ถ้าลูกรับรู้ก็อยากบอกลูกว่าขอให้มีความสุข แม่จะทำบุญให้ ทำของกินที่ลูกชอบไปให้ ทั้งลูกชายเป็นคนชอบทำบุญ เคยไปจำศีลที่วัดกับแม่เสมอ.