โอเพนเอไอ (OpenAI)  ผู้พัฒนา  แชทจีพีที (ChatGPT)  ได้เปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์ตระกูลล่าสุด คือ GPT-5.6 มาพร้อมกัน 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Sol (รุ่นท็อป), Terra (รุ่นระดับกลาง) และ Luna (รุ่นประหยัด) ซึ่งโมเดลชุดนี้จะช่วยขยายขีดความสามารถของผู้ใช้ในหลากหลายภาคส่วน ตั้งแต่ภาคธุรกิจ การเขียนโค้ด ไปจนถึงงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

แซม อัลต์แมน ซีอีโอ ของ โอเพนเอไอ (OpenAI)  ผู้พัฒนา  แชทจีพีที (ChatGPT)  ได้ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC ยืนยันว่า   “โมเดลรุ่นใหม่นี้มีประสิทธิภาพและความคุ้มค่ามากกว่าเวอร์ชันก่อน ๆ หลายเท่าตัว โดย รุ่น Sol มีความประหยัดโทเคน และมีประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูล (Token Efficient) สูงขึ้นถึง 54% ในกลุ่มงานเขียนโค้ด ขณะเดียวกัน GPT-5.6 คือ โมเดลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยทำผลงานได้ในระดับแนวหน้าแต่ใช้จำนวนโทเคนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด”

ทั้งนี้ ขีดความสามารถด้านไซเบอร์ของโมเดลรุ่นนี้กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐฯภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ เคยพยายามที่จะจำกัดการเปิดตัวโมเดลดังกล่าว โดยอ้างความกังวลเรื่องการนำไปใช้ในทางที่ผิด อย่างไรก็ตาม GPT-5.6 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนงานด้านการตั้งรับและป้องกันภัยไซเบอร์ เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการจำลองรูปแบบภัยคุกคาม การตรวจสอบและแก้ไขช่องโหว่ของโค้ด ไปจนถึงการทำ การจำลองสถานการณ์ถูกโจมตีเพื่อหาจุดบกพร่องของระบบก่อนที่แฮกเกอร์จริงจะลงมือ

นอกจากนี้ โอเพนเอไอ  ยังได้เปิดตัวเครื่องมือใหม่ในชื่อ ChatGPT Work ซึ่งออกแบบมาเพื่อเป็นผู้ช่วยส่วนตัวในสถานที่ทำงานสำหรับทีมองค์กรธุรกิจ โดยรองรับการใช้งานทั้งบนเดสก์ท็อป เว็บ และมือถือ เพื่อช่วยจัดการงานเอกสารประจำวัน เช่น การร่างเอกสาร การทำบัญชีหรือตารางคำนวณ และการทำสไลด์นำเสนอผลงาน

การประกาศเปิดตัวโมเดลตระกูลใหม่ของ โอเพน ในครั้งนี้ เกิดขึ้นไล่เลี่ยกับการเปิดตัว AI ของคู่แข่งสำคัญในสัปดาห์เดียวกันอย่าง SpaceXAI และ Meta

อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวและกลยุทธ์การตลาดของ GPT-5.6 ครั้งนี้ มีการวิเคราะห์ว่า พุ่งเป้าไปที่ Anthropic ผู้พัฒนา Claude คู่ปรับหมายเลขหนึ่งโดยตรง เนื่องจากที่ผ่านมา Anthropic ประสบความสำเร็จในการวางภาพลักษณ์เป็น  AI สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจจนแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดไปได้มากขึ้นเรื่อย ๆ

สำหรับปัจจุบัน GPT-5.6 เปิดให้ใช้งานแล้วทั้งบน ChatGPT, Codex และ OpenAI API

ที่มา : techcrunch.com