เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน เปิดเผยหลังประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการพลังงาน หลังได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธาน ซึ่งผลการประชุมสรุปได้ว่า ในขณะนี้ปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศไทยปรับเพิ่มเป็น 95 วัน แบ่งเป็นน้ำมันสำรองที่มีในประเทศเพียงพอ 65 วัน และกำลังจะทยอยเข้ามาอีกในเดือน เม.ย.นี้ เพียงพอ 30 วัน โดยจะทยอยเข้ามาเรื่อยๆ หลังจากเดือน พ.ค.เป็นต้นไป

ส่วนระงับส่งออก จะมีคำสั่งนายกฯ เรื่องระงับการส่งออก ยกเว้น สปป.ลาวและเมียนมา เพราะทั้งสองประเทศนี้ได้พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันในด้านต่างๆ และเมื่อระงับการส่งออกแล้ว ส่วนหนึ่งจะนำมาเก็บสำรองไว้ในประเทศ โดยจะประกาศให้ผู้ค้าน้ำมันเก็บสำรองน้ำมันเพิ่มจาก 1% เป็น 3%

ขณะที่กรณีการตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน ผ่านการใช้กลไกเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเมื่อครบ 15 วันแล้ว จะมาประเมินสถานการณ์ว่ามีความรุนแรงยืดเยื้อมากแค่ไหน จะต้องใช้กลไกกองทุนน้ำมันช่วยเหลืออย่างไร โดยยืนยันว่ากองทุนน้ำมันฯ ยังมีศักยภาพเพียงพอในการช่วยเหลือ เนื่องจากที่ผ่านมาสถานะกองทุนน้ำมันฯ ดีขึ้นมาก ส่วนน้ำมันเบนซิน จะมีการช่วยเหลือในบางส่วน

นอกจากนี้แนวทางจัดหาแหล่งพลังงานอื่นๆ เข้ามาเพิ่มเติม เช่น นำเข้ามาจากสหรัฐ, แอฟริกาใต้ และมาเลเซีย รวมทั้งในสัปดาห์หน้าจะมีการยื่นข้อเสนอนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจี และพลังงานน้ำ ขอเพิ่มจาก สปป.ลาว แหล่งก๊าซอ่าวไทย และการผลิตถ่านหินเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจว่าแหล่งพลังงานมีเพียงพอ

“กระทรวงพลังงาน สั่งไปพลังงานทุกจังหวัด กำชับสถานีบริการน้ำมันห้ามตุนและเก็บไว้ ประสานผู้ค้าน้ำมัน จัดส่งให้เพียงพอ ยอมรับช่วงแรกสะดุดบางช่วง เชื่อว่าอีก 1-2 วันคลี่คลาย ซึ่งสถานการณ์น้ำมันเวลานี้ เมื่อประกาศตรึงราคา และยืนยันมีใช้เพียงพอ การรับบริการที่สถานีบริการน้ำมันดีขึ้น ประชาชนไม่ได้แตกตื่นที่จะเอาแกลลอนไปเติม มองว่าถ้าซื้อไปแล้วอย่างไรก็ต้องใช้ เมื่อซื้อไปเยอะ กว่าจะกลับมาซื้อก็อีกหลายวัน”

นายอรรถพล กล่าวว่า ถ้าหากในกรณีที่น้ำมันขาดแคลนมากขึ้นจริง ยังมีแนวทางที่จะพิจารณาเรื่องการปรับสูตรหรือปรับสัดส่วนผสมน้ำมัน เพื่อลดต้นทุน และราคา ส่วนถ้ารุนแรงขึ้นอาจจำเป็นต้องนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งอาจต้องลดสเปกน้ำมัน จากปัจจุบันใช้กำมะถันต่ำ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และในสัปดาห์หน้า กระทรวงพลังงานจะเสนอคณะรัฐมนตรีในวันที่ 10 มี.ค. เห็นชอบมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงาน และจะติดตามรายงานต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชน