จากกรณีที่มีรายงานข่าวตรวจพบนิสิตใหม่ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับกว่า 4,000 คน หรือคิดเป็นจำนวนมากถึง 33% นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผวจ.มหาสารคาม ได้สั่งการเร่งตรวจสอบร้านค้าเร่งด่วนแล้วนั้น
-ผงะ! นศ.ใหม่ มมส. ติด ‘พยาธิใบไม้ตับ’ ทะลุ 33% ต้นตอเปิบ ‘ส้มตำปลาร้าดิบ’
ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ประสาทวิทยา ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาทและสมอง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ผ่านเพจ สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ โดยระบุว่า “พบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับในนักศึกษา 4,000 คนของ มหาวิทยาลัย มหาสารคาม มันมหากาพย์ของการติดเชื้อเลยครับ คือนี่ไม่ใช่แค่เรื่องปลาดิบ แต่คือภาพอนาคตของมะเร็งท่อน้ำดีต่างหาก”
ใครตามข่าววันนี้ …มีการตรวจคัดกรองนิสิตใหม่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 12,733 คน พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 4,233 คน หรือประมาณ 33% และในมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามตรวจ 1,922 คน พบ 380 คน หรือประมาณ 19% โรคนี้เกี่ยวข้องกับ Opisthorchis viverrini ซึ่ง IARC จัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 1 ในมนุษย์ และเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของมะเร็งท่อน้ำดี ตัวเลขนี้น่าตกใจ
แต่สิ่งที่น่าคิดกว่านั้นคือ ผู้ติดเชื้อจำนวนมากเป็น “คนรุ่นใหม่” เป็น นักศึกษา (แต่ต้องดู ว่า ตรวจด้วยวิธีอะไร ความไวแค่ไหน จำเพาะแค่ไหนด้วยครับ) สมัยก่อน เราคิดว่า โรคพยาธิใบไม้ในตับเป็นโรคของคนรุ่นพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย คนที่มักกินก้อยปลา ปลาส้มดิบ ลาบปลาดิบ หรืออาหารพื้นบ้านดิบ ๆ มาแล้ว Gen Z
มารู้กันก่อน พยาธิใบไม้ในตับคืออะไร “พยาธิใบไม้ในตับที่พบบ่อยในไทย โดยเฉพาะภาคอีสาน คือ Opisthorchis viverrini คนมักติดเชื้อจากการกินปลาน้ำจืดเกล็ดขาวแบบดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ก้อยปลา ลาบปลา ปลาส้มดิบ หรือเมนูที่ความร้อนไม่พอ” เมื่อพยาธิเข้าสู่ร่างกาย มันจะไปอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี ไม่ใช่แค่ “อยู่เฉย ๆ” แต่มันทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง การระคายเคืองของท่อน้ำดี และในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งท่อน้ำดี
“นี่คือเหตุผลว่าทำไมโรคนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ถ่ายพยาธิแล้วจบ” เพราะผลระยะยาวมันน่ากลัว เพราะมันไม่มีอาการ เลยยิ่งน่ากลัว” ระยะแรก ผู้ติดเชื้อจำนวนมากอาจไม่มีอาการ อาจมีแน่นท้อง ท้องอืด ปวดชายโครงขวา อาหารไม่ย่อย หรืออ่อนเพลีย ซึ่งเป็นอาการทั่วไป ไม่เอะใจ ไม่มีอาการเนี่ยน่ากลัว เพราะมันอักเสบเงียบ ๆ “ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือ มะเร็งท่อน้ำดี เงียบ ๆ แต่เจอแล้ว มะเร็งเลย”
มะเร็งท่อน้ำดีเป็นโรคที่น่ากลัว เพราะมักตรวจพบช้า อาการเริ่มแรกไม่ชัด และเมื่อมีตัวเหลือง ตาเหลือง น้ำหนักลด หรือปวดท้องมาก โรคอาจลุกลามไปมากแล้ว ข่าวดี คือมีการรักษา ข่าวร้ายคือ มักติดเชื้อซ้ำ เพราะพฤติกรรมการกินเหมือนเดิม โรคพยาธิใบไม้ในตับรักษาได้ โดย ยาหลักที่ใช้คือ praziquantel ซึ่งเป็นยาถ่ายพยาธิที่มีประสิทธิภาพมาก แต่ ถ้ารักษาแล้วกลับไปกินปลาดิบอีก ก็กลับมาติดใหม่ได้ และการติดซ้ำ ๆ คือปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยงระยะยาวไม่หายไป สุดท้าย ก็มะเร็ง
มาดู เมื่อตรวจพบเชื้อแล้วทำอย่างไร
1.รับการรักษาตามระบบที่มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานสาธารณสุขจัดให้
2.งดกินปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ อย่างเด็ดขาด
3.คนในครอบครัวหรือชุมชนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงควรได้รับการตรวจด้วย
4.ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดชายโครงขวา น้ำหนักลด คันตามตัว หรือเบื่ออาหารเรื้อรัง ควรพบแพทย์
5.อย่าซื้อยาถ่ายพยาธิกินเองซ้ำ ๆ โดยไม่ตรวจ เพราะอาจทำให้เข้าใจผิดว่า “กินยาแล้วปลอดภัย” ทั้งที่พฤติกรรมเสี่ยงยังเหมือนเดิม
“ในวัฒนธรรมของความอร่อย มันก็จะเสี่ยง เพราะสุขอนามัย มันสำคัญ นี่ ตรวจแต่นี้ นะครับ หากตรวจคนมากกว่านี้ ก็ไม่อยากคิดว่า จะติดกันไปมากเท่าไหร่ และ เด็กกว่านี้ ติดด้วยไหมครับ”..
ขอบคุณข้อมูลจาก สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์



