เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ห้องประชุม 301 ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผวจ.มหาสารคาม เป็นประธานการประชุมเตรียมจัดงาน “มหกรรมคนอีสานรุ่นใหม่ปลอดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี” โดยมีตัวแทนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม อาทิ ดร.ดนัย หวังบุญชัย ผู้จัดการแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สสส., รศ.ดร.นิตยา วรรณกิตร์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิตและภาพลักษณ์องค์กร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) และเจ้าหน้าที่จาก สสจ.มหาสารคาม

โดยประเด็นที่สร้างความตื่นตระหนกในที่ประชุมคือ การรายงานสถานการณ์โรคพยาธิใบไม้ตับในพื้นที่ โดย นายสุขสรร ศิริสุริยะสุนทร หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สสจ.มหาสารคาม เปิดเผยข้อมูลการตรวจคัดกรองว่า ประชาชนทั่วไป 20,000 คน พบอัตราการติดเชื้ออยู่ที่ประมาณ 11% แต่ที่น่าตกใจคือผลการตรวจคัดกรองกลุ่ม “นักศึกษาใหม่” ประจำปีการศึกษา 2569 พบตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงผิดปกติ ได้แก่: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.): คัดกรอง 12,733 คน พบผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับสูงถึง 4,233 คน (คิดเป็น 33%) มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม: คัดกรอง 1,922 คน พบผู้ติดเชื้อ 380 คน (คิดเป็น 19%)

จากสถานการณ์ดังกล่าว นายชุมพิชญ์ ได้สั่งการด่วนให้ สสจ.มหาสารคาม เร่งออกมาตรการแก้ไขปัญหาทันที หลังประเมินว่าคนรุ่นใหม่มีพฤติกรรมชื่นชอบการรับประทานส้มตำที่ใส่ปลาร้า ซึ่งอาจเป็นปลาร้าดิบที่ไม่ผ่านการรับรองจาก อย. และมีไข่พยาธิปะปนอยู่ หากปล่อยทิ้งไว้อีก 15-20 ปีข้างหน้า เยาวชนกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงสูงมากในการป่วยเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดี

“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่จะปล่อยเอาไว้ไม่ได้ ตัวเลขนิสิตติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับสูงขนาดนี้ต้องเร่งหาต้นเหตุ หากพบว่ามาจากปลาร้าดิบ ต้องมีมาตรการควบคุมการผลิตให้ถูกสุขอนามัยและปรุงสุก ผมได้มอบหมายให้ สสจ. ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความรู้ร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านส้มตำ หากร้านไหนใช้ปลาร้าต้มสุก จะมีการมอบป้าย ‘ร้านนี้ปลาร้าสุก ปลอดภัย’ เพื่อเป็นทางเลือกในการตัดสินใจให้กับนิสิตนักศึกษาและประชาชน” นายชุมพิชญ์ กล่าว

ทั้งนี้ ทางจังหวัดเตรียมเชิญชวนผู้ประกอบการร้านอาหารและร้านส้มตำ เข้าร่วมอบรมในงาน “มหกรรมคนอีสานรุ่นใหม่ปลอดพยาธิใบไม้ตับฯ” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ ที่ มมส. เพื่อให้ความรู้เรื่องการบริโภคอาหารปลอดภัยและวิธีป้องกันตนเองจากพยาธิในปลาน้ำจืดมีเกล็ด

ด้าน รศ.ดร.นิตยา วรรณกิตร์ รองอธิการบดีฯ มมส. ยอมรับว่า รู้สึกตกใจกับข้อมูลดังกล่าวมาก เนื่องจากไม่คาดคิดว่านักศึกษาใหม่จะมีอัตราการติดเชื้อสูงถึง 33%

“จากตัวเลขนี้ ทางมหาวิทยาลัยอยากให้มีการขยายผลคัดกรองนิสิตและบุคลากรทั้งหมดซึ่งมีกว่า 50,000 คน เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นคนอีสานและมีวัฒนธรรมการบริโภคส้มตำปลาร้าเหมือนกัน จึงถือเป็นกลุ่มเสี่ยง หลังจากนี้ มมส. จะเร่งหามาตรการด่วน โดยเตรียมเชิญผู้ประกอบการร้านอาหารทั้งหมดในมหาวิทยาลัย ทั้งบริเวณตลาดน้อยและโรงอาหารต่างๆ มาอบรมให้ตระหนักถึงอันตรายของการใช้ปลาร้าดิบ เพื่อตัดวงจรความเสี่ยงไม่ให้นิสิตต้องป่วยเป็นมะเร็งในอนาคต” รศ.ดร.นิตยา กล่าวทิ้งท้าย