เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 6 มี.ค. ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงสำรวจห้องทำงานและเดินชมพื้นที่ภายในอาคารสภาผู้แทนราษฎร ว่า การเดินทัวร์สภา เพราะพาเด็กใหม่ รวมถึงตนที่ไม่เคยทำงานที่นี่ ไปดูสถานที่ทำงาน ซึ่งความรู้สึกที่ได้กลับมาสภาหลังจากห่างหายไป ก็ต้องสารภาพตามตรง ปีที่แล้วไม่นึกว่าจะได้กลับมาบรรยากาศแบบนี้ แต่วันนี้ตั้งใจเต็มที่ เพราะเป็นงานที่ตนทำมาตลอดชีวิต เป็นงานที่ชอบที่สุด ในแง่มุมการเมือง ส่วนสัญญาณการเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาล ยังไม่มีอะไร เราฟังจากนายกรัฐมนตรีว่าจะรอกระบวนการต่างๆให้เสร็จเรียบร้อย พรรคประชาธิปัตย์ก็เดินหน้าเตรียมงานฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล หน้าที่สำคัญคือการผลักดันกฎหมายต่างๆ โดยเฉพาะกฎหมายสำคัญตามนโยบายของพรรคที่หาเสียงไว้ ก็เตรียมงานเต็มที่

“กระบวนการทั้งหลายอยากให้กระชับด้วยสถานการณ์ของโลก สถานการณ์ของบ้านเมือง อยากให้การจัดตั้งรัฐบาลแถลงนโยบาย และเข้าบริหารราชการแผ่นดินเกิดขึ้นได้โดยเร็ว เพราะขณะนี้มีเรื่องที่ประเทศต้องรับมือกับภาวะของโลกที่เกิดขึ้น แม้ว่ารัฐบาลรักษาการจะทำได้ แต่ในเรื่องของความเชื่อมั่น ให้ประชาชนได้เห็นทิศทางเศรษฐกิจ การบริหารพลังงาน ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสินค้าเกษตร ถ้าเรามีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ก็จะสามารถคลี่คลายปัญหา และสร้างความเชื่อมั่นได้มากกว่า” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีอำนาจเต็ม จุดยืนของไทยมีความเหมาะสมต่อสถานการณ์โลกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ในเรื่องการต่างประเทศไม่มีปัญหาอะไร สิ่งที่นายกฯ หรือ รมว.การต่างประเทศ เคยพูดไป เป็นท่าทีที่เหมาะสม พรรคประชาธิปัตย์ก็สนับสนุนว่าเราไม่อยากเห็นความขัดแย้ง อยากให้ทุกฝ่ายหากระบวนการในการกลับเข้าสู่สันติภาพ เรา หรือภูมิภาคอื่นๆ ไม่ประสงค์ที่จะถูกลากเข้าไปเพื่อขยายวงความขัดแย้ง เพราะไม่เป็นผลดีกับใคร แต่สิ่งที่ต้องเร่งทำมากกว่าคือการสร้างความชัดเจนให้ประชาชนสบายใจ เช่น เรื่องพลังงาน การรับมือทางเศรษฐกิจจะมีแนวทางอย่างไร แม้ว่าจะยังไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล แต่นายกฯ พูดชัดอยู่แล้วว่ามีรัฐมนตรีหลักๆ 3 คน ที่ต้องทำงานต่อเนื่อง ท่านก็อยู่ในฐานะที่ช่วยทำให้สังคมเกิดความมั่นใจ

เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ประกาศเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว เพราะความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของมารยาททางการเมือง เราไม่ได้ถึงขั้นจะต้องปฏิเสธหรืออะไร แต่พรรคภูมิใจไทยทราบถึงจุดยืนของเราอยู่แล้ว ถ้าจะเข้าไปร่วม เรายึดถือสิ่งที่พูดกับประชาชนไว้ว่ามีเงื่อนไขต่างๆ อย่างไร 

เมื่อถามว่ากองเชียร์พรรคประชาธิปัตย์มีความเห็นแตกเป็น 2 ฝ่าย ทั้งอยากให้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล กับฝ่ายค้าน แต่หากรอบนี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน การเลือกตั้งรอบหน้าอาจจะได้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าสมาชิก ผู้สนับสนุน หรือกองเชียร์ไม่หลากหลาย ก็ไม่ใช่ประชาธิปัตย์ ดังนั้นเป็นธรรมดา เราที่เป็น สส. รับฟังเหตุผลของทุกฝ่าย เราก็เป็นพรรคที่มีกระบวนการชัดเจนที่สุด เมื่อมีกรณีที่ต้องพิจารณาก็ต้องเป็นมติของกรรมการบริหารพรรค 

เมื่อถามถึงการเมืองหลังจากนี้จะมีความราบรื่นมากน้อยแค่ไหน เพราะขณะนี้มีกระบวนการยื่นเรื่องให้ตรวจสอบกระบวนการการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรียนตรงๆ ว่าตนอยากเห็นการเดินหน้าของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ขณะเดียวกันต้องบอกว่า การจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา ความไม่เรียบร้อยมีเยอะมาก ตนคิดว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องสะสาง วางบรรทัดฐานที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในวันข้างหน้าอีก 2 เรื่องนี้ต้องทำควบคู่กันไปตามกระบวนการ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการวางตัวประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีการโหวตสนับสนุนนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ถือว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมหรือไม่ หรือมีคนอื่นเหมาะสมกว่า นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โดยมารยาทพรรคที่เขาไปจัดตั้งรัฐบาลส่วนใหญ่จะเป็นผู้พิจารณา เมื่อเขาเสนอชื่อมา เราก็ทำหน้าที่ของเราในการลงคะแนน 

เมื่อถามว่าหากพรรคประชาธิปัตย์โหวตสนับสนุนนายโสภณ เป็นประธานสภา จะรวมไปถึงการโหวตสนับสนุนนายกฯ ด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เรื่องการตัดสินใจลงมติในสภาแต่ละครั้ง เป็นเรื่องของ สส. จะที่ประชุมกัน.