เมื่อเวลา 18.59 น. วันที่ 6 มี.ค. 69 พ.ต.ท.ทองสุข พงษ์ขำ สารวัตรสอบสวน สภ.หนองม่วง จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งมีผู้ถูกยิงบริเวณปากทางเข้าบ้านเลขที่ 31/3 หมู่ที่ 4 ต.ชอนสารเดช อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมรายงานให้ พล.ต.ต.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผบก.ภ.จว.ลพบุรี และ พ.ต.อ.ธรนิศ ไตรวงศา ผกก.สภ.หนองม่วง ทราบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หนองม่วง ชุดสืบสวน ภ.จว.ลพบุรี แพทย์โรงพยาบาลหนองม่วง และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุบริเวณปากทางเข้าบ้าน พบชาวบ้านจับกลุ่มมุงดูอยู่จำนวนมาก บริเวณริมทางพบร่าง พ.อ.สารเดช ภูริผล อายุ 71 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 31/3 หมู่ที่ 4 ต.ชอนสารเดช อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสั้นสีเลือดหมู นอนตะแคงขวาล้มทับรถจักรยาน ศีรษะซุกอยู่ในรั้วไผ่ หมวกและรองเท้าแตะตกอยู่ในที่เกิดเหตุ
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า พ.อ.สารเดช ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองยาว เบอร์ 12 เข้าบริเวณร่างกายด้านขวา ตั้งแต่ศีรษะถึงต้นขา มากกว่า 10 นัด จนร่างพรุน นอนจมกองเลือด นอกจากนี้จากการตรวจสอบภายในป่าข้าวโพดข้างทาง พบปลอกกระสุนปืนเบอร์ 12 ตกอยู่จำนวน 1 ปลอก และพบนางอารีย์ ภูริผล อายุ 62 ปี ภรรยาผู้ตาย ยืนร้องไห้รอให้การกับเจ้าหน้าที่
นางอารีย์ เล่าว่า พ.อ.สารเดช สามี หลังเกษียณอายุราชการได้มาอาศัยอยู่ที่นี่ นิสัยเป็นคนเรียบร้อย อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นที่รักใคร่ของชาวบ้าน ช่วงเช้าและเย็นมักปั่นจักรยานออกกำลังกายและดูพื้นที่บริเวณบ้าน
ก่อนเกิดเหตุประมาณเวลา 17.00 น. สามีได้บอกกับตนว่า ให้ทำกับข้าวให้อร่อย เปิดแอร์ให้เย็น ๆ เดี๋ยวจะรีบกลับบ้าน โดยจะกลับประมาณเวลา 18.00 น. ต่อมาประมาณ 18.00 น. ตนได้ยินเสียงดังคล้ายเสียงปืน หรือเสียงประทัดที่ใช้จุดไล่นกพิราบ จำนวน 2 ครั้ง ก่อนจะได้ยินเสียงสุนัขเห่ากรูวิ่งออกจากบ้าน ตนจึงออกมาดูพบว่าสามีล้มคว่ำอยู่ ตอนแรกคิดว่าเป็นลม แต่เมื่อเข้าไปดูใกล้ ๆ พบว่ามีเลือดไหลนอง จึงรีบโทรฯ แจ้งญาติและกำนัน ก่อนทราบว่าสามีถูกยิง
นางอารีย์ ยังเล่าว่า ตั้งแต่สามีเกษียณอายุราชการมาอยู่ที่นี่ ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร จะมีเพียงเรื่องต่อว่าเกี่ยวกับรถบรรทุกที่ขับผ่านจนฝุ่นเข้าบ้าน แต่เหตุการณ์ดังกล่าวก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว และได้ปรับความเข้าใจกันเป็นอย่างดี ไม่มีความหวาดระแวงกับใคร ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่คิดว่าสามีจะมาถูกดักยิงเผาขนก่อนเข้าบ้านเช่นนี้ ยอมรับว่ามืดแปดด้าน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนหาความจริงให้กับตนและครอบครัวโดยเร็ว
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำภรรยา ญาติ และเพื่อนบ้าน รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามร้านค้าใกล้เคียง ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและแพทย์ได้ทำการชันสูตรพลิกศพ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและวัตถุพยานในพื้นที่ เพื่อเร่งสืบสวนหาสาเหตุของการฆาตกรรมโหดครั้งนี้ และติดตามตัวมือปืนมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



