เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 7 มี.ค. ที่พรรคพลังประชารัฐ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยจากการสู้รบในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ว่า รัฐบาลให้ความห่วงใย และมีการประชุมมาโดยตลอด ขณะนี้ทูตแรงงานได้มีการประสานงานกับกระทรวงต่างประเทศในพื้นที่มาโดยตลอด ในส่วนของแรงงานจะประสานกับคนไทยที่มีความประสงค์เดินทางกลับ ซึ่งรัฐบาลพร้อมที่จะดำเนินการ
น.ส.ตรีนุช กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีแรงงานทยอยเดินทางกลับแล้วแม้จะเป็นส่วนน้อย โดยตัวเลขแรงงานไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับมีไม่มาก โดยเฉพาะในอิสราเอลที่มีไม่ถึง 100 คน แต่ในอิหร่านเป็นแรงงานเกือบทั้งหมดที่ขอเดินทางกลับ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็มีความห่วงใย และต้องการให้แรงงานไทยในอิหร่านเดินทางกลับมาทั้งหมด หากรวมตัวเลขแรงงานที่ต้องการเดินทางกลับมายังไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตอนนี้มีไม่เกิน 200 คน
เมื่อถามว่า ส่วนการสู้รบที่มีการขยายออกไปอีก 15 ประเทศนั้น กระทรวงแรงงานมีการเตรียมพร้อมรับมืออย่างไร น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ยืนยันว่า มีการประสานงานมาโดยตลอด โดยกระทรวงแรงงานทำเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ทูตแรงงานที่อยู่ในต่างประเทศให้ประสานกับคนไทยในพื้นที่ รวมไปถึงประสานพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งรายงานส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตร และก่อสร้าง แต่พื้นที่พุ่งเป้าส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางการทหาร ตัวเลขแรงงานที่ขอเดินทางกลับจึงยังไม่เยอะมาก พร้อมระบุว่า ขณะนี้แรงงานจะทยอยเดินทางมายังประเทศไทยในวันที่ 7 มี.ค. และ 10 มี.ค.
เมื่อถามว่า เมื่อแรงงานเดินทางกลับมายังประเทศไทยจะมีแนวทางในการดูแลอย่างไร น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ในเบื้องต้นมีนโยบายที่รองรับ โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อเพิ่มทักษะต่างๆ แต่หากแรงงานมีความประสงค์ที่จะทำงานจะให้กรมจัดหางาน จับคู่ภาคอุตสาหกรรม หรือภาคธุรกิจที่ตรงกับความต้องการ ซึ่งในส่วนของประเทศไทยได้มอบหมายให้ 5 เสือแรงงาน ประกอบด้วย 1.แรงงานจังหวัด 2.จัดหางานจังหวัด 3.สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด 4.ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน (หรือสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน) และ 5.ประกันสังคมจังหวัด ประสานกับครอบครัวของคนไทยที่อยู่ในตะวันออกกลาง เพื่อให้เกิดความสบายใจและคลายกังวล



