เมื่อวันที่ 8 มี.ค. นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ได้โพสต์ข้อความให้ความรู้เรื่องสุขภาพ ระบุว่า
พอประจำเดือนหายไป ช่วงหลังหมดประจำเดือนนี่แหละครับ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของร่างกาย เพราะเอสโตรเจนที่เคยปกป้องหัวใจ กระดูก สมอง และระบบเผาผลาญ ลดลงอย่างชัดเจน
ถ้าไม่รู้ทันการเปลี่ยนแปลงนี้ น้ำหนักจะขึ้นง่าย ไขมันสะสมที่พุงมากขึ้น กระดูกบางลง และความเสี่ยงโรคเรื้อรังจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นแบบเงียบ ๆ
วันนี้ผมจะพามาดู 7 เรื่องที่คุณผู้หญิงต้องระวังหลังหมดประจำเดือน กันครับ
1. ไขมันพอกพุงเพิ่มง่าย แม้กินเท่าเดิม
เมื่อเอสโตรเจนลดลง รูปแบบการสะสมไขมันจะเปลี่ยนจากสะโพกและต้นขา มาอยู่ที่ช่องท้องมากขึ้น ไขมันชนิดนี้เรียกว่า visceral fat ซึ่งอันตรายกว่าไขมันทั่วไปครับ เพราะเกี่ยวข้องกับเบาหวาน ไขมันพอกตับ และโรคหัวใจโดยตรง
ถึงบางคนจะคุมอาหารเหมือนเดิม แต่น้ำหนักกลับไม่ลงง่าย นั่นเพราะระบบเผาผลาญช้าลง และมวลกล้ามเนื้อลดลงพร้อมกันครับ
2. กระดูกบาง เสี่ยงกระดูกพรุน
เอสโตรเจนมีบทบาทในการยับยั้งการสลายกระดูกครับ พอฮอร์โมนลดลง อัตราการสูญเสียมวลกระดูกจะเร็วขึ้น โดยเฉพาะ 5 ปีแรกหลังหมดประจำเดือน
ทำให้เสี่ยงกระดูกพรุน และกระดูกหักง่าย แม้ล้มเบา ๆ ก็อาจร้าวได้ เราจึงควรใส่ใจเพิ่มแคลเซียม วิตามินดี และออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งให้มากขึ้น
3. ความดันและไขมันในเลือดสูงขึ้น
ฮอร์โมนที่ลดลงส่งผลต่อผนังหลอดเลือด และการควบคุมไขมันในเลือดด้วยครับ ระดับไขมันเลว (LDL) มีแนวโน้มสูงขึ้น ในขณะที่ไขมันดี (HDL) ลดลง
จึงเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยที่ผู้หญิงบางคนไม่มีอาการเตือนชัดเจน การตรวจสุขภาพประจำปีจึงสำคัญมากในช่วงวัยนี้ครับ
4. น้ำตาลในเลือดแกว่ง และดื้ออินซูลิน
หลังหมดประจำเดือน ผู้หญิงหลายคนเริ่มมีภาวะดื้ออินซูลินมากขึ้น ค่าน้ำตาลในเลือดขึ้นง่าย ลงยาก ทำให้ง่วงหลังอาหาร หิวบ่อย และอยากของหวานมากขึ้น
ถ้าปล่อยไว้นาน ก็จะเสี่ยงพัฒนาเป็น เบาหวานชนิดที่ 2 ได้ง่ายกว่ามากครับ
5. อารมณ์แปรปรวน หลับยาก
ฮอร์โมนเอสโตรเจนเกี่ยวข้องกับสารสื่อประสาทในสมองครับ เมื่อระดับลดลง อาจทำให้อารมณ์เหวี่ยง หงุดหงิดง่าย เกิดอาการวิตกกังวล หรือซึมเศร้าได้
ยิ่งมีอาการร่วมกับ นอนไม่หลับ หรือเหงื่อออกกลางคืน ก็จะยิ่งซ้ำเติมให้ร่างกายฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่ และทำให้น้ำหนักขึ้นง่ายกว่าเดิม
6. ผิวแห้ง ผมบาง และช่องคลอดแห้ง
เมื่อคอลลาเจนลดลง ผิวจะบางและแห้ง เกิดริ้วรอยง่าย เส้นผมบางลง รวมถึงเยื่อบุช่องคลอดแห้ง ทำให้ระคายเคือง หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ได้ครับ
แต่อย่าเพิ่งคิดว่านี่เป็นเรื่องธรรมดาของอายุไปนะครับ เพราะจริง ๆ แล้วอาจเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนโดยตรง และเรายังสามารถดูแลตัวเองได้
7. มวลกล้ามเนื้อลดลงเร็ว
หลังอายุ 50 ปี มวลกล้ามเนื้อจะลดลงเร็วขึ้นครับ ถ้าไม่ได้ออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน จะยิ่งสูญเสียเร็ว
เมื่อกล้ามเนื้อลดลง ระบบเผาผลาญก็ลดลง น้ำหนักขึ้นง่าย และเสี่ยงหกล้มมากขึ้น
การรักษามวลกล้ามเนื้อจึงสำคัญพอ ๆ กับการควบคุมน้ำหนักครับ
สิ่งที่ควรทำทุกปีหลังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน
ตรวจสุขภาพประจำปี และตรวจคัดกรองมะเร็งตามช่วงอายุ
ทั้งความดัน ระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด การทำงานของตับ ไต รวมถึงมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก อย่ารอให้มีอาการแล้วค่อยตรวจ
ประเมินความหนาแน่นมวลกระดูก
โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เพราะ 5 ปีแรกหลังหมดประจำเดือน กระดูกจะบางเร็วที่สุด
ชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว และติดตามแนวโน้มทุกปี
เพราะไขมันช่องท้องเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด
ประเมินสุขภาพจิต และคุณภาพการนอน
ถ้ามีอาการนอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน หรือซึมเศร้า อย่ามองข้าม
ออกกำลังกาย และเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
ทำอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที ร่วมกับเวทเทรนนิ่ง
แล้วควรกินอย่างไรให้ดีต่อฮอร์โมนของร่างกาย
• โอเมก้า-3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทะเล ช่วยลดการอักเสบ และช่วยปรับอารมณ์ให้คงที่มากขึ้น
• โปรตีนคุณภาพดี เช่น ไข่ เต้าหู้ ถั่ว ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อที่มักลดลงในช่วงฮอร์โมนเปลี่ยน
• ถั่วเหลือง มีไฟโตเอสโตรเจน (เอสโตรเจนจากพืช) ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ และอาจช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนได้ในระดับหนึ่ง
• แคลเซียมคู่กับวิตามินดี ช่วยป้องกันกระดูกพรุน โดยเฉพาะผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนที่สูญเสียมวลกระดูกเร็ว
หลังหมดประจำเดือน ร่างกายยิ่งต้องการการดูแลมากกว่าที่เคยครับ เพราะหลายโรคไม่ได้เริ่มจากอาการรุนแรง แต่เริ่มจากค่าตรวจที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปทีละนิด
ถ้ารอให้มีอาการชัดเจน วันนั้นอาจสายเกินแก้ก็ได้
อย่ารอให้ป่วยแล้วค่อยดูแล
เริ่มตรวจสุขภาพทุกปี ปรับอาหาร ขยับร่างกาย และฟื้นฟูการนอนตั้งแต่วันนี้ โอกาสเกิดโรคเรื้อรังก็จะลดลงได้มากครับ



