เมื่อวันที่ 8 มี.ค. พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ซูซั่น รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายกันด้วยอาวุธปืนมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดภายในบ้านเลขที่ 22 เพลินพิทักษ์ซอย 10 ถนนวัดนิโครธ ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง ภายหลังรับแจ้งจึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยกำลังตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง (บ้วนเต็กเซี่ยงตึ๊ง) และหน่วยกู้ชีพ รพ.ตรัง

เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อภายหลังคือ นายพีระพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองพกสั้นไทยประดิษฐ์ หรือค้อนตราควาย จำนวน 2 นัด กระสุนเจาะเข้าที่หน้าอกขวา 1 นัด และท้ายทอย 1 นัด นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นภายในบ้าน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้ให้การช่วยเหลือ เคลื่อนย้ายนำส่ง รพ.ตรัง แต่เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา

ขณะที่ผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อคือ นายพงษ์ทวี (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี อาชีพพนักงานส่งของ อาศัยอยู่บ้านหลังเกิดเหตุเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นน้องชายของผู้เสียชีวิต ภายหลังจากก่อเหตุไม่มีพฤติกรรมหลบหนี เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บจากการถูกปืนสะบัดใส่ที่มือด้านขวา โดยทำการเย็บบาดแผลถึง 4 เข็ม

นายพงษ์ทวี ผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ตนสุดจะทนแล้ว ที่ผ่านมาพี่ชายทำร้ายร่างกายพ่อมาตลอด ก่อนเกิดเหตุพี่ชายเมายาเสพติดกลับมาบ้าน ก่อนจะตีทำร้ายร่างกายลูกชายตนวัย 3 ขวบ จนลูกตนร้องไห้ แต่ก็ไม่ได้มีใครต่อว่าอะไร และในขณะเดียวกัน พ่อของตนซึ่งพิการทางขา กำลังใช้ไม้เท้าสี่ขา จะเดินไปอาบน้ำในห้องน้ำ แต่ปรากฏว่าพ่อได้ทำไม้เท้าตก แต่พี่ชายนึกว่าพ่อไม่พอใจ ก่อนพี่ชายจะเดินไปทะเลาะกับพ่อ พร้อมกับทำร้ายร่างกายและบีบคอพ่อ ตนจึงเข้าไปห้ามปราม จนพี่ชายมามีปากเสียงกับตนต่อ จังหวะนั้นพี่ชายขู่คนในบ้านว่า “เดี๋ยวพบกับกู” ก่อนจะออกไปจากบ้าน และกลับมาพร้อมกับอาวุธปืนไทยประดิษฐ์และกระสุนปืนห่อด้วยผ้ามา ซึ่งจังหวะที่พี่ชายเอาปืนออกจากผ้ากระสุนได้ตกลงพื้น 1 นัด และจังหวะเดียวกันนั้นพี่ชายกำลังจะใช้อาวุธปืนยิงคนในบ้าน ตนจึงได้เข้าไปยื้อแย่ง ก่อนจะยิงพี่ชายเข้าไปที่หน้าอก 1 นัด และตนได้หยิบกระสุน 1 นัดที่ตกอยู่บนพื้น บรรจุเข้าไปใหม่และยิงซ้ำเข้าไปที่ท้ายทอยอีก 1 นัด ก่อนจะเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ขณะที่นายสมบูรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 69 ปี ผู้เป็นพ่อซึ่งยังตกใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เล่าว่า ตนมีลูกชาย 2 คน บ้านหลังนี้อาศัยมี ตน ภรรยา ลูกชาย ภรรยาลูกชาย และหลานอีก 2 คน ก่อนเกิดเหตุทำร้ายหลานวัย 3 ขวบ และจะตบภรรยาของน้องชายที่กำลังอุ้มลูกวัย 3 ขวบอยู่ด้วย ในขณะที่ตนทำไม้เท้าตก เนื่องจากพิการขาด้านซ้ายขาด โดยเข้ามาถามตนว่าจะเอายังไง ตนก็ยังบอกไปว่าให้ใจเย็นๆ แต่ก็มาผลักและทำร้ายตน โดยที่ลูกชายคนเล็กก่อเหตุลงไป เพราะสุดทนกับพฤติกรรมของพี่ชายมาหลายปีแล้ว

นายสมบูรณ์ เล่าอีกว่า ที่ผ่านมาลูกชายที่เสียชีวิตลงไปได้ไปทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่มีครอบครัว ก่อนจะกลับมาอาศัยที่บ้านแห่งนี้เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา แต่หลังจากกลับมาปรากฏว่าได้ติดยาเสพติด เสพยาบ้า และติดสุรา ดื่มเหล้าขาวทั้งวัน มาเป็นระยะเวลาหลาย 10 ปี ทำร้ายร่างกายตนเองมาโดยตลอดนับครั้งไม่ถูก ทั้งบีบคอ ตบ ตี และทำลายข้าวของภายในบ้าน ทำลายตัวบ้านเป็นประจำ วันนี้ก่อนเกิดเหตุก็เพิ่งจะทำลายกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าพังไป 1 ลูก และที่ผ่านมาทำร้ายร่างกายตน และทำลายข้าวของตนก็แจ้งตำรวจ จนตำรวจเข้ามาระงับเหตุ และมีประวัติมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตามจากการพลิกแฟ้มประวัติพบว่าผู้เสียชีวิตเคยต้องคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุในข้อหา ฆ่าผู้อื่น และ พ.ร.บ.อาวุธปืน ก่อนจะควบคุมตัวและเตรียมนำตัวส่งศาล จ.ตรัง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.