ฤดูร้อนหลังจากเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ความร้อนแรงเด่นชัดสัมผัสได้ทั้งแดดจ้าขณะอยู่กลางแจ้ง อากาศอบอ้าว รวมถึงบางวันอาจมีความชื้นจากฝน ตกลงมาลดอุณหภูมิ ทั้งนี้คงต้องติดตามข่าวสาร ทั้งเฝ้าระวัง “พายุฤดูร้อน” ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงที่อาจเกิดขึ้นได้

เมื่อฤดูร้อนมาถึง นอกจากความโดดเด่นของสภาพอากาศ ในความร้อนแรงของแสงแดดมีความงามของธรรมชาติซ่อนอยู่ โดยช่วงเวลานี้ดอกไม้ป่าหลายชนิดทยอยผลิดอกสวย เติมบรรยากาศสดชื่นให้กับทิวเขา ทุ่งหญ้า ประดับผืนป่าหน้าร้อนมีมนต์เสน่ห์ ต่างไปจากฤดูกาลที่ผ่านมา
วาไรตี้นำเรื่องน่ารู้ ชวนหลงป่า ค้นความงามดอกไม้หลากสีสันที่กำลังบานสะพรั่ง มอบความสดชื่น ส่งสัญญาณ การถึงของฤดูร้อน โดย ดร.พุทธมน ผ่องกาย นักวิชาการชำนาญการ กองวิชาการพฤกษศาสตร์ สำนักวิชาการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา อพวช.ให้ความรู้ประเด็นนี้ พร้อมพาสัมผัสความงามธรรมชาติ ป่าหน้าร้อนและดอกไม้เด่นของฤดูร้อน โดยกล่าวว่า ดอกไม้ในป่าหน้าร้อนช่วงเวลานี้ที่โดดเด่นจะเป็นพวก “กล้วยไม้ป่า”

ขณะที่ไม้ต้นก็มีความงาม อย่าง พญาเสือโคร่ง ที่ออกดอกให้ช่วงหน้าหนาว แต่ท้ายฤดูก็ยังพอมีให้เห็น ได้ชม อีกทั้งไม้ต้นจากป่าที่นำมาพัฒนาปลูกเลี้ยงอีกหลายชนิด หากขับรถไปตามท้องถนนจะเห็น ตะแบก เสลา อินทนิล ประดู่ ทองกาว ฯลฯ ให้ดอกสีสันสวย สดใส ทยอยออกดอกมาทักทาย ส่งสัญญาณการมาถึงของฤดูร้อน
ถึงหน้าร้อนจากที่กล่าว ดอกไม้ในป่าที่โดดเด่น ต้องยกให้ กล้วยไม้ป่า พระเอกของฤดูกาลอย่างแท้จริง เช่นช่วงเวลานี้จะเห็นความงามของ เอื้องผึ้ง ดอกสีเหลืองสดใสบานจากช่วงเวลานี้หรืออาจเหลื่อมเวลาออกไปบ้าง รวมถึง เอื้องสายต่างๆ ก็ทยอยออกมาให้ชมดอกสวย โทนสีเย็นตา ฯลฯ เป็นหนึ่งในดอกไม้เด่นในผืนป่าและฤดูกาลนี้ ส่วนไม้ต้น ไม้พุ่มอาจมีให้ชมน้อยกว่า ด้วยที่อากาศแล้ง ต้นไม้จะทิ้งใบเพื่อรอความสมบูรณ์ในหน้าฝนที่จะมาถึง
“ช่วงเวลานี้หากไม่ติดภาพจำความเขียวขจี ต้นไม้ชุ่มฉ่ำน้ำสมบูรณ์ในป่า ฤดูร้อนหากจะเที่ยวป่า เที่ยวชมธรรมชาติก็จะได้เห็นความงามของป่าที่แตกต่างไป มีความแห้ง ใบไม้บางกลุ่มเริ่มเปลี่ยนสี หรือทิ้งใบหล่นร่วง มีความฝุ่นเบาๆ ใบไม้เป็นสีน้ำตาล เห็นกิ่งก้านเด่นชัด ฯลฯ โดยเหล่านี้เป็นสัญญาณของฤดูกาล ที่มาพร้อมกับความร้อนแรงของอุณหภูมิ”

นักวิชาการชำนาญการ กองวิชาการพฤกษศาสตร์ ดร.พุทธมน ขยายความเล่าเพิ่มอีกว่า ฤดูร้อนต้นไม้จะทิ้งใบ ป่าที่เคยมีสีเขียวก็มีความแห้งเป็นสีน้ำตาล เมื่อกล้วยไม้ออกดอก ด้วยสีสันสวย ทั้งมีความหลากหลายของสีสันซึ่งมีมากที่สุดในบรรดาพืชด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสีขาว สีเหลือง แดง เขียว ส้ม ชมพู ฯลฯ เมื่อบานสะพรั่งในช่วงนี้ หรือเมื่อเกาะอยู่กับต้นไม้จะมีความโดดเด่น สะดุดตา และด้วยที่มีหลายชนิด ตลอดช่วงฤดูร้อนจะได้ พบเห็นความงามของดอกไม้ได้ต่างกันไป
“กล้วยไม้ป่าบางชนิด บานเพียงสัปดาห์เดียวก็โรยไป เมื่อชนิดนี้หมดดอกก็มีชนิดอื่นออกดอกมาให้ชม อย่างเช่น เอื้องผึ้ง เอื้องสาย เอื้องมัจฉา เอื้องม่อนไข่ ฯลฯ ฤดูกาลนี้นับแต่ปลายมีนาคมถึงต้นพฤษภาคมจะได้เห็นความหลากหลายของกล้วยไม้ป่า จากนั้นเมื่อฝนมาจะเริ่มห่างหายไป ช่วงนี้จึงเป็นช่วงเวลาทองของผู้ที่ชื่นชอบกล้วยไม้ป่า ชอบถ่ายรูปหรือศึกษาวิจัยกล้วยไม้ป่า”

ป่าในไทยมีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ต้นไม้ ดอกไม้ที่พบในผืนป่าก็จะมีความสวยงามต่างกันไป อย่างป่าดิบแล้ง กล้วยไม้อย่าง เอื้องผึ้งจะเกาะขึ้นอยู่ตามต้นไม้ ด้วยที่ดอกมีสีสันสวย ออกดอกเป็นช่อ สีเหลืองเด่นก็จะมองเห็นได้ชัดเจน
ปัจจุบันกล้วยไม้ชนิดนี้มีการนำมาเลี้ยงปรับปรุงพันธุ์ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ฯลฯ โดยถ้าสนใจปลูกเลี้ยงที่บ้านควรเลือกซื้อจากสวน จากฟาร์มกล้วยไม้ นอกจากจะไม่ทำลายธรรมชาติ ยังเลี้ยงออกดอกได้ชมง่ายและมีโอกาสที่กล้วยไม้จะรอดเติบโตต่อไป ฯลฯ เป็นหนึ่งในไม้เด่นหน้าร้อนที่ไม่ว่าจะบานสวยงามในป่า หรือผลิบานให้ชมจากการปลูกเลี้ยงที่บ้าน

เอื้องสายก็มีหลายชนิด เช่น เอื้องสายดอกมะเขือใต้ เอื้องสายม่วง ฯลฯ ในช่วงหน้าฝนจะมีใบเขียวสวย แต่พอถึงหน้าร้อนจะทิ้งใบและทยอยออกดอกออกมาให้ชม ขณะที่ เอื้องไอยเรศเมื่อหน้าร้อนมาถึงก็จะเริ่มออกให้เห็น โดยความสวยงามคือมีช่อยาว กลิ่นหอม และสีสันสวยสีชมพู ม่วงอ่อนๆ ฯลฯ
เอื้องเขาแกะ ก็สวยงามมากเช่นกัน กล้วยไม้โดยมากจะไม่ค่อยมีสีออกม่วง สีน้ำเงิน จะออกไปทางขาว เหลือง ชมพู แต่เอื้องเขาแกะออกไปทางสีโทนน้ำเงิน สีม่วง ฯลฯ พบตามป่าดิบแล้ง เอื้องชะนี หรือ มือชะนี ก็พบได้ช่วงหน้าร้อน ลำต้นมีขนปกคลุม ดอกมีสีเหลืองสวยงามและแปลกตา และที่สวยงามไม่แพ้กัน เอื้องพวงหยก ดอกมีสีชมพูขาว ลำต้นแปลกตา เป็นต้น
ส่วนสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง อุณหภูมิความร้อนเพิ่มขึ้น แน่นอนว่าส่งต่อต้นไม้ โดย ดร.พุทธมน ให้มุมมองว่า อากาศที่ร้อนขึ้นส่งผลต่อต้นไม้ต่างๆ อย่างกล้วยไม้ ต้นอ่อน ต้นเล็ก โอกาสจะโตหรืออยู่รอดอาจจะยาก ด้วยต้องต่อสู้กับสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น โดยถ้าร้อนจัด ขาดน้ำ โอกาสที่จะหายไปก็เป็นไปได้

หรือการที่ต้นไม้ไม่ออกดอกก็เป็นไปได้ด้วย ต้นไม้จะเซฟพลังงานไว้เพื่อให้อยู่รอด เพราะการที่ต้นไม้ออกดอก ออกผลต้องใช้พลังงานมาก ซึ่งเป็นไปได้ว่าต้นอ่อนของอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอก ถ้าเจอกับความร้อนมากๆ โอกาสที่จะตาย หรือหายไปก็มีสูง
หลังจากผ่านฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน ช่วงรอยต่อของฤดูกาลผืนป่าก็มีมนต์เสน่ห์ มีความสวยของงามธรรมชาติให้สัมผัส โดยช่วงนั้นมี ดอกกระเจียว เปราะ พืชวงศ์ขิงข่าออกดอกสวยงาม ฯลฯ เป็นอีกฤดูกาลที่มีสีสันที่บอกเล่าผ่านดอกไม้ พืชพรรณไม้ในป่าเช่นกัน

“พืชเหล่านี้เป็นพืชหัวเก็บสะสมอาหารไว้ที่หัว เมื่อได้รับน้ำถึงฤดูกาลของเขาก็จะออกดอกและเป็นผล กลายเป็นเมล็ดกระจายพันธุ์ เมล็ดงอกในหน้าฝน พอเข้าหน้าหนาวจากต้นที่เป็นใบได้รับน้ำอาหารเต็มที่ในหน้าฝน จะพักตัวทิ้งใบหมด เหลือหัวที่อุดมไปด้วยน้ำอาหารอยู่ใต้ดิน พอถึงหน้าฝนก็จะเห็นความสวยงามของพืชเหล่านี้ที่ต่างจากต้นไม้ใหญ่”
การเดินป่าเที่ยวธรรมชาติ สีสันพรรณไม้ในแต่ละฤดูกาลจึงมีความสวยงามที่แตกต่างกัน มีพระเอกของกลุ่มไม้ที่ต่างกัน อย่าง ฤดูฝน เฟิร์นจะสวย ป่ามีความเขียวขจี อาจไม่ค่อยได้เห็นดอกไม้ในป่า แต่จะเห็นใบสวย กิ่งก้านสมบูรณ์ ส่วนดอกจะมีให้เห็นช่วง หน้าหนาวและหน้าร้อน โดยหน้าฝนเป็นช่วงที่พืชตักตวงน้ำ สร้างอาหารและอีกหลายๆ อย่างเพื่อการเจริญเติบโตออกดอกผล

“ฤดูร้อน สีสันสวยจากดอกไม้อาจไม่ได้ช่วยคลายร้อนในเชิงกายภาพ แต่ในมิติจิตใจ สีสันสดใส สีสวยของดอกไม้ช่วย เติมความสดใส สดชื่น โดยเฉพาะโทนสีเย็น สีอ่อน สีหวานๆ อย่างสีขาว สีฟ้า สีชมพู ฯลฯ ก็ช่วยให้สบายตา สบายใจ การปลูกต้นไม้ที่บ้านยังให้ความรื่นรมย์สุขใจ ได้ชมธรรมชาติใกล้ตัว
ดอกไม้ยังมีอีกหลายมิติน่าค้นหา นักวิชาการชำนาญการ กองวิชาการพฤกษศาสตร์ ดร.พุทธมนเล่าทิ้งท้ายอีกว่าในช่วงงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติประจำปีนี้ ในเดือนสิงหาคม พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา อพวช.ชวนสืบค้นความลับดอกไม้จัดนิทรรศการดอกไม้ Over the bloom ในแง่มุมต่างๆ โดยจะเล่าเรื่องนับแต่การอุบัติขึ้นของดอกไม้บนโลก จวบถึงเรื่องราวของดอกไม้ในปัจจุบัน นิยามความหมายดอกไม้ รวมถึงดอกไม้แปลก ดอกไม้ที่เห็นอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ฯลฯ อีกแง่มุมที่ค้นได้จากดอกไม้
โดยเฉพาะช่วงเวลานี้ที่ดอกไม้ในธรรมชาติกำลังผลิบาน ส่งสัญญาณการมาถึงของฤดูร้อน ซ่อนความสดชื่นให้สัมผัส
พงษ์พรรณ บุญเลิศ /ขอบคุณภาพ: ทัศนัย จีนทอง



