สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมานามา ประเทศบาห์เรน เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ว่า บรรษัทปิโตรเลียมแห่งชาติบาห์เรน (แบปโก) ออกแถลงการณ์ ว่าคลังน้ำมันและสถานประกอบการของบริษัท ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีอย่างหนัก จากโดรนและขีปนาวุธระลอกใหญ่ที่ยิงมาจากอิหร่าน ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้อย่างนัก จนต้องระงับการผลิตชั่วคราว
ขณะเดียวกัน แบปโกประกาศภาวะเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) ซึ่งหมายความว่า บริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามพันธสัญญาหรือส่งมอบสินค้าได้ตามกำหนด เนื่องจากเหตุการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุม โดยในกรณีนี้คือสงครามและการถูกโจมตี ซึ่งจะช่วยคุ้มครองบริษัทจากการถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญา
An Iranian attack drone hit the BAPCO refinery in Bahrain this morning, starting a large fire. pic.twitter.com/fUhWLP8tCC
— OSINTtechnical (@Osinttechnical) March 9, 2026
ทั้งนี้ บาห์เรนเป็นประเทศแรกในฝั่งอาหรับของอ่าวเปอร์เซียที่มีการค้นพบน้ำมัน เมื่อปี 2475 แม้มีปริมาณการผลิตไม่มากเท่ากับประเทศเพื่อนบ้านยักษ์ใหญ่ อย่างซาอุดีอาระเบียหรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) แต่ภาคพลังงานยังคงเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจบาห์เรน
กำลังการผลิตน้ำมันโดยเฉลี่ยในปัจจุบันของบาห์เรน อยู่ที่ประมาณ 175,000-200,000 บาร์เรลต่อวัน และเมื่อปลายปี 2568 บาห์เรนประสบความสำเร็จ ในการเพิ่มกำลังการกลั่นจาก 267,000 บาร์เรล เป็น 405,000 บาร์เรลต่อวัน
อย่างไรก็ตาม บาห์เรนยังคงต้องนำเข้าน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบีย ผ่านท่อส่งน้ำมันข้ามพรมแดน เพื่อนำมากลั่นและส่งออกเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เนื่องจากยังผลิตได้เองไม่พอใช้.
เครดิตภาพ : REUTERS



