วานนี้ (4 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุระทึกขวัญกลางเวหาของสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบิน AI2379 ซึ่งใช้เครื่องบินแอร์บัส A320 เดินทางออกจากท่าอากาศยานภูเก็ต ในช่วงเช้าวันอังคารที่ 4 สิงหาคม มุ่งหน้าสู่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยขณะลอยลำอยู่เหนือรัฐโอริสสา ที่ความสูงราว 36,000 ฟุต (ราว 10,972 เมตร) เครื่องบินประสบกับสภาพอากาศแปรปรวนขั้นรุนแรง จนส่งผลให้เครื่องบินตกวูบกะทันหันจากระดับความสูงเดิมประมาณ 300 ฟุต (ราว 91.44 เมตร)

ความรุนแรงของเหตุการณ์ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 17 ราย แบ่งเป็นผู้โดยสาร 13 ราย และลูกเรือ 4 ราย โดยหนึ่งในลูกเรือได้รับบาดเจ็บค่อนข้างรุนแรง ผู้โดยสารบางคนถูกเหวี่ยงลอยออกจากที่นั่ง หัวกระแทก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจนเลือดออกที่ใบหน้า

ผู้โดยสารคนหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอ็นไอ ว่า “เครื่องบินเพิ่งบินขึ้นได้ประมาณชั่วโมงครึ่ง ตอนนั้นพวกเรากำลังหลับอยู่… แล้วจู่ๆ เครื่องก็สั่นโคลงเคลงอย่างแรงอยู่ 2-3 นาที… พวกเราจะดำเนินการทางกฎหมายกับแอร์อินเดียอย่างแน่นอน 100%”

ลูกสาวของผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บรายหนึ่งเล่าว่า “ตอนแรกเครื่องบินก็ดูบินเป็นปกติค่ะ แต่แล้วจู่ๆ ก็เกิดตกหลุมอากาศขึ้นมา ฉันเห็นพี่สาวโดนเหวี่ยงลอยออกจากที่นั่ง คุณแม่ก็โดนกระแทกที่หัว โทรศัพท์ฉันร่วงหายไปเลย คนที่นั่งข้างหลังฉันก็ได้รับบาดเจ็บกัน มีผู้ชายคนหนึ่งเลือดออกเต็มหน้า พวกเราคิดว่าจะไม่รอดกันแล้ว มันน่ากลัวมากจริงๆ ตอนนั้นฉันตัวสั่นแล้วก็ร้องไห้ไม่หยุดเลยค่ะ”

อย่างไรก็ตาม นักบินสามารถควบคุมเครื่องบินได้ในที่สุด และนำผู้โดยสาร 137 คน พร้อมลูกเรือ 8 ชีวิต ลงจอด ณ ท่าอากาศยานเดลี ได้อย่างปลอดภัยเมื่อเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยผู้บาดเจ็บได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่สนามบิน ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงหลายแห่ง เพื่อรับการตรวจรักษา ซึ่งรายงานล่าสุดระบุว่าส่วนใหญ่บาดเจ็บเล็กน้อยและบางส่วนก็ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว

ทางด้านโฆษกสายการบินแอร์อินเดียออกมายืนยันเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมระบุว่าความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือคือสิ่งสำคัญที่สุด ขณะที่นายราม โมฮัน ไนดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบินพลเรือนของอินเดีย ได้เดินทางเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลด้วยตนเอง

ปัจจุบัน สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจการบินพลเรือนอินเดียได้สั่งการให้ย้ายเครื่องบินลำที่เกิดเหตุเข้าโรงเก็บ และทำการกู้ข้อมูลจากกล่องดำ เพื่อเร่งสอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียด โดยมีสายการบินและผู้ผลิตเครื่องบินร่วมทำงานในการสอบสวนครั้งนี้ด้วย

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : indianexpress.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES