ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถิติการถูกฉลามกัดทั่วโลก (International Shark Attack File) ประจำปีของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติฟลอริดา สหรัฐอเมริกา โดยระบุข้อมูลที่น่าตกใจว่า มีเหตุการณ์ฉลามกัดคนโดยไม่มีการยั่วยุเกิดขึ้นทั้งหมด 65 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิตจากการโดนฉลามทำร้ายถึง 9 ราย ขณะที่ในปี 2567 มีรายงานผู้เสียชีวิตทั่วโลกจากเหตุการณ์ทำนองเดียวกันเพียง 4 รายเท่านั้น
สหรัฐอเมริกามีสถิติฉลามจู่โจมมนุษย์โดยไม่มีการยั่วยุมากที่สุดในโลก โดยพบว่าเกิดเหตุดังกล่าวถึง 25 ครั้งในปีที่ผ่านมา แต่มีผู้เสียชีวิตเพียงรายเดียวที่รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันที่ 21 ธันวาคมปีที่แล้ว เมื่อ เอริกา ฟ็อกซ์ นักว่ายน้ำถูกลากลงไปใต้น้ำที่บริเวณนอกชายฝั่ง เลิฟเวอร์ส พอยท์ ในซานตาครูซเคาน์ตี
รัฐฟลอริดามีสถิติคนถูกฉลามกัดโดยไม่มีการยั่วยุสูงที่สุดในประเทศ โดยพบทั้งหมด 11 ครั้ง ซึ่งคิดเป็น 17% ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก หลายกรณีเกิดขึ้นที่หาดนิวสเมอร์นา ในปาล์มบีชเคาน์ตี ซึ่งได้รับฉายาว่า “เมืองหลวงแห่งฉลามกัดของโลก”
แมตต์ เบนเดอร์ นักโต้คลื่นเกือบจะถูกฉลามไม่ทราบชนิดกัดแขนขาดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมปีที่แล้วขณะกำลังโต้คลื่นอยู่ที่ชายหาดชื่อดังแห่งนั้น แต่เขาก็รอดมาได้
ออสเตรเลียมีจำนวนคนที่โดนฉลามกัดทั้งที่ไม่มีการยั่วยุมากเป็นอันดับสอง รองจากสหรัฐ แต่รั้งอันดับหนึ่งของโลกในด้านจำนวนผู้เสียชีวิตที่สูงที่สุดโดยมีถึง 5 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ มี 3 รายเสียชีวิตขณะกำลังเล่นกระดานโต้คลื่น ซึ่งรวมถึง เมอร์คิวรี ซิลลาคิส นักโต้คลื่นวัย 57 ปี ที่ถูกฉลามขนาดใหญ่กัดจนเสียชีวิตนอกชายฝั่งซิดนีย์เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2568
สำหรับชาวนิวยอร์ก มีรายงานเหตุการณ์ถูกฉลามกัดโดยไม่มีการยั่วยุ 1 ครั้ง และมีเหตุการณ์เกือบโดนกัดอีก 2-3 ครั้ง โดยตามรายงานจากกรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนิวยอร์กระบุว่า เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 นักว่ายน้ำหญิงวัย 20 ปีถูกกัดโดยฉลามที่คาดว่าเป็นลูกฉลามเสือทราย ที่ลองบีชไอแลนด์ อุทยานแห่งรัฐโจนส์บีช เธอได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์ที่ขาท่อนล่าง แต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



