สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงไทเป สาธารณรัฐจีน เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลปักกิ่งเพิ่มแรงกดดันทางทหารต่อไต้หวัน โดยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) ส่งเครื่องบินรบและเรือรบ ไปลาดตระเวนรอบเกาะเกือบทุกวัน

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา มีการตรวจพบเครื่องบินรบของจีนใกล้ไต้หวัน เพียง 2 ลำ ภายในรอบ 24 ชั่วโมง ตามการนับของเอเอฟพี อ้างอิงจากตัวเลขที่กระทรวงกลาโหมเผยแพร่ทุกวัน ซึ่งแตกต่างจาก 86 ลำ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาว่างเว้นนานที่สุด นับตั้งแต่เอเอฟพีเริ่มบันทึกตัวเลขในปี 2567

อนึ่ง โดยเฉลี่ยแล้วมีการพบเรือรบจีน 6 ลำต่อวันรอบเกาะ ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ซึ่งเท่ากับปีที่แล้ว

การบินลาดตระเวนของพีแอลเอรอบไต้หวัน ลดลงประมาณ 42% ในเดือน ม.ค. และก.พ. ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่จำนวนเรือรบก็ลดลงประมาณ 4.5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ด้านผู้เชี่ยวชาญต่างคาดเดาถึงสาเหตุของการลดลงอย่างมาก ของการประจำการเครื่องบินรบของจีน ว่าอาจมีสาเหตุหลายประการ ตั้งแต่การประชุมทางการเมืองประจำปีของจีน หรือ “การประชุมสองสภา” ซึ่งกำลังดำเนินอยู่ในกรุงปักกิ่ง ไปจนถึงการกวาดล้างทางทหารเมื่อเร็ว ๆ นี้

ขณะที่สาเหตุอื่นอาจรวมถึง กำหนดการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในเดือน เม.ย. นี้ เพื่อพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งสหรัฐ-อิสราเอล กำลังสู้รบกับอิหร่าน

เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของไต้หวันรายหนึ่ง บอกกับเอเอฟพีว่า รัฐบาลปักกิ่งอาจพยายาม “สร้างความประทับใจที่ผิด ๆ” ว่าจีนกำลังผ่อนคลายภัยคุกคามต่อไต้หวัน เพื่อให้สหรัฐลดการสนับสนุนด้านความมั่นคงต่อเกาะแห่งนี้.

เครดิตภาพ : AFP