ที่ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานพาณิชย์ จ.อุดรธานี นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นประธานเปิดการสัมนา “โครงการ Smart Bamboo และ Biochar พลิกฟื้นผืนดินทอง”และ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “Pilot Project Smart Bamboo Hub” ระหว่าง บริษัท อุดรกระจกรถยนต์ จำกัด และ บริษัท อิมเพรส ชั่น อินเตอร์โนชั่นแนล จำกัด โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เกษตรกร และสื่อมวลชนร่วมงาน

นายสมชาย จงบัญญัติ เกษตรและสหกรณ์ จ.อุดรธานี การจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาในการร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่แบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างมีค่าการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ และการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โดยไผ่ถือเป็นทรัพยากรชีวภาพที่มีศักยภาพสูง สามารถนำไปพัฒนาและต่อยอดได้หลากหลายทั้งด้านเกษตรกรรม หัตถกรรม วัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์แปรรูป และผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรม ซึ่งหากได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จะสามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชน รวมถึงส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่ง จ.อุดรธานีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้ามการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติสูง โดยเฉพาะการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นความยั่งยืน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคเกษตรกรรม ภาคเอกชน โดยสภาอุตสาหกรรม จ.อุดรธานี หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ได้บูรณาการ เพื่อยกระดับใดให้เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่สามารถเชื่อมโยทั้งแต่การปฏิการปลูกด้วยระบบเกษตรอัจฉริยะ การแปรรูปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวการพัฒนานวัตกรรม Biochar เพื่อฟื้นฟูดินและลดการปล่อยคาร์บอน ตลอดจนการสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบคาร์บอนเครดิตและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและผลักดันสู่การเป็นต้นแบบการพัฒนาพื้นที่เกษตรกรรมสมัยใหม่ของ จ.อุดรธานีที่สามารถต่อยอดสู่การสร้างรายได้ให้เกษตรกร การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและยกระดับสู่การเป็นเมืองต้นแบบด้านเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม การตลาด และการสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมไผ่ให้เกิดการพัฒนาอย่างครบวงจรและยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบัน

นายราชันย์ กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดในยุคปัจจุบัน จําเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน โดยเฉพาะการนําเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่ม มูลค่า ลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โครงการSmart Bamboo Hub ถือเป็นตัวอย่างของการบูรณาการ อย่างเป็นรูปธรรม จากพื้นที่นําร่อง 30 ไร่ ณ อ.หนองหาน สู่การ เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมผ่านระบบดิจิทัล Application YKT2024 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด Smart Agriculture to Smart Factory อย่างแท้จริง

ซึ่งที่สำคัญการลงนามบันทึกทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงพิธีการ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเชิงระบบที่จะสร้างห่วงโซ่คุณค่าใหม่ให้กับภาคอุตสาหกรรมไม่ของ จ.อุดรธานี ทั้งในด้านการผลิต การแปรรูป การตลาด และการต่อยออดสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG และเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ

จ.อุดรธานี มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน การมีต้นแบบโครงการที่เชื่อมโยงเกษตรกรรม เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมเช่นนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมันให้แก่นักลงทุน และเพิ่มโอกาสจ้างงานและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นพื้นที่ และขอชื่นชม คณะผู้บริหารและทุกภาคส่วนที่มีวิสัยทัศน์ กล้าคิด กล้าลงมือทำ และร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงในวันนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะสามารถขยายผลสู่เป้าหมาย 1,500 ไร่ ภายปี 2572 และก้าวสู่การเป็นต้นแบบระดับภูมิภาคในอนาคต