การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 มี.ค. “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ลาประชุมเนื่องจากป่วย ในการประชุม ครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอ

“ดีด้า” ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวยอมรับว่า มีการพูดคุยเรื่องรวมกระทรวงวัฒนธรรมกับงานท่องเที่ยว แล้วแยกงานกีฬาเป็นกระทรวงต่างหาก เป็นวิสัยทัศน์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มองว่า ประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมมากมายมหาศาล แต่ยังไม่สามารถใช้ได้เต็มศักยภาพ สิ่งสำคัญคือใช้ภาคการท่องเที่ยวเข้ามาเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม นายกฯ อยากให้การปรับเปลี่ยนแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 6 เดือน

“เบนซ์” อรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคกล้าธรรม ไม่ได้ร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย ว่า เราพร้อมทำงานทุกบทบาท ไปด้วยกันเป็นเอกภาพ นโยบายบางอย่าง เช่น แปลงที่ดิน ส.ป.ก.เป็นที่ทำกิน เป็นเรื่องที่ฝ่ายการเมือง และฝ่ายข้าราชการประจำร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน หากไม่ได้รับการสานต่อก็น่าเสียดาย อยากให้รัฐมนตรีใหม่นำไปทำต่อ
“สส.ใบพลู” รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ ที่มีลูกหลานบ้านใหญ่หลายคนเรียกว่า ครม.ลูกบังเกิดเกล้า ว่า ถ้ามองในมุมความคาดหวังของประชาชนก็คงหวัง ครม. ที่เอาความสามารถเป็นตัวตั้งมากกว่าที่จะเอาวงศาคณาญาติ วงศ์ตระกูลเป็นตัวตั้ง ความท้าทายของประเทศเราวันนี้มีอะไรเยอะแยะ จะพึ่งพารัฐมนตรีไม่กี่คน ที่บอกว่าเป็นรัฐมนตรีที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ แล้วที่เหลือก็ปล่อยให้คนที่อาจจะไม่ได้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมที่จะขึ้นมาเป็นรัฐมนตรี แล้วประเทศไทยจะพร้อมรับมือกับความท้าทายจริงหรือเปล่า

เมื่อถามว่า ขณะนี้รัฐบาลมีเสียงประมาณ 292 เสียง ในขณะที่ทางฝ่ายค้าน รวมเสียงกันได้ 209 เสียง พรรคประชาชนจะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีแข่งในสภาหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า “ในทางปฏิบัติเรายังเรียกว่าเป็นพรรคฝ่ายค้านไม่ได้ ทุกอย่างมันเป็นข้อมูลตามข่าว ยังไม่แน่ใจว่าฝ่ายค้านมีเท่าไร ยังไม่มั่นใจ ไม่รู้ว่าจะมีงูเห่าอีกหรือไม่ อันนี้เราคงต้องไปดู แต่ถ้าตอบในฐานะของพรรค ปชน. ถ้าเรื่องของการแข่งนายกฯ อยากให้รอดูความชัดเจนจากพรรคอีกที เข้าใจว่าทางโฆษกพรรคคงจะได้มีการพูดเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ไม่แน่ใจว่าพรรคกล้าธรรม เราสามารถพูดสรุปจบได้ 100% จริงๆ หรือเปล่าว่าเขาไม่ให้เป็นรัฐบาลแน่ๆ อันนี้เดี๋ยวรอดู ไม่กี่วันเราก็รู้แล้ว”


ท่าทีเช่นนี้ทำให้น่าสนใจทันทีว่า พรรคส้มจะเสนอชื่อนายกฯ แข่งหรือไม่ และก่อนวันโหวต จะรวบรวมสรรพกำลังสนับสนุนได้แค่ไหน อย่างไร
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. แสดงความเห็นที่มีข่าวว่า รัฐบาลใหม่ไม่เร่งผลักดันยกร่างรัฐธรรมนูญเพราะยังไม่เร่งรีบ ทั้งที่จริงแล้วประชามติผูกพันกับรัฐบาล รัฐสภาก็ต้องเดินหน้าตามฉันทามติของประชาชนที่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ครม.อาจอาศัยอำนาจตาม รธน.มาตรา 147 ขอมาที่รัฐสภา เพื่อให้รัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่รัฐสภาเคยรับหลักการจำนวน 2 ร่าง คือร่างของพรรค ปชน. และร่างของพรรคภูมิใจไทย ให้พิจารณาตั้ง กมธ.ดำเนินการต่อ ต้องดำเนินภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้มีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง หรือดำเนินการทั้งสองทางพร้อมกัน ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่รัฐบาลชุดใหม่จะไม่เร่งดำเนินการ

หากละเลยต่อการเคารพฉันทามติของประชาชนที่มาออกเสียง หรือไม่ยืนยันร่างของ ปชน.ที่เคยผ่านวาระ 1 ไปแล้ว พรรคประชาชนก็พร้อมจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกรอบ เพื่อผลักดันให้เกิดกลไกการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจผูกขาดและที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วมมากที่สุดโดยทันที
มีศึกเลือดเก่าเลือดใหม่ประชาธิปัตย์ที่น่าสนใจ รายการ “เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์” เปิดเผยว่ากองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอท.) ออกหมายเรียกนายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ สมัยแรก ให้เข้าไปรับทราบข้อหากรณีมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษี

“เสี่ยตาล” สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องที่ตำรวจออกหมายเรียกนายกฤตย์อิชย์เป็นเรื่องจริง แต่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจของครอบครัวของนายกฤตย์อิชย์ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างขาดทุน ไม่มีเงินชำระภาษี เงินต้นประมาณ 1.7 ล้านบาท แต่เมื่อผ่านมาหลายปี ทำให้โดนเบี้ยปรับและดอกเบี้ย รวมเป็นเงิน 7.4 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพูดคุยกับกรมสรรพากร แต่กลับมีคนส่งข้อมูลให้กับรายการทีวี ไปในจังหวะที่นายกฤตย์อิชย์ได้เป็น สส. และยังมีการเจรจากับกรมสรรพากรมาตลอด
“จะมีหมายเรียกนายกฤตย์อิชย์อีกครั้งในช่วงวันที่ 17-18 มี.ค. เขาพร้อมไปพบตำรวจ เรื่องนี้เกิดมาเกือบ 10 ปี แต่พอได้เป็น สส. กลับถูกหยิบยกขึ้นมา โดยผมไม่รู้ว่าจะเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ นายกฤตย์อิชย์บอกผมว่าได้ปรึกษากับกรมสรรพากร และเมื่อถึงขั้นนี้คงต้องหายืมเงินมาชำระกรมสรรพากรก่อน เรื่องนี้เป็นคดีแพ่งที่สามารถเจรจาได้ แต่ถ้าเป็นคดีอาญา ต้องต่อสู้คดีในศาลต่อไป ซึ่งไม่ได้กระทบต่อการทำหน้าที่ สส.”

อนึ่ง นายกฤตย์อิชย์ เป็น สส.ตรัง เขต 3 ล้มแชมป์บ้านใหญ่ สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ เลือดเก่าประชาธิปัตย์ที่ย้ายไปอยู่ภูมิใจไทยได้ และในพื้นที่ ตัว “โกหนอ” สมชาย โล่สถาพรพิพิธ ก็ไม่กินเส้นกับเสี่ยตาลเท่าไรนัก
ปิดท้ายด้วยเรื่องเขมร ที่ฮุน มาเนต นายกฯ เขมรส่งสัญญาณจะขอเจรจาปักปันเขตแดนหลังสงกรานต์ “รมต.อ้วน” สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า ฮุน มาเนต เสนอให้มีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) การเจรจาต้องอยู่ในกรอบการปักปันเขตแดน ต้องรอหลังจากมีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำหน้าที่แล้วค่อยมาพิจารณาว่าการประชุมเจบีซีฝ่ายไทยจะพร้อมเมื่อใด
ในส่วนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและปราบปรามสแกมเมอร์ไม่เกี่ยวข้องกับเวทีประชุมนี้ เพราะเป็นสิ่งที่ฝ่ายกัมพูชาต้องดำเนินการอยู่แล้ว หากฝ่ายกัมพูชายังไม่พร้อมแต่ฝ่ายไทยพร้อม ฝ่ายกัมพูชาต้องให้ความร่วมมือกับเราปราบสแกมเมอร์ ฝ่ายกัมพูชาต้องจริงจังกับเรื่องนี้ด้วย เพราะรู้ว่ากระบวนการเหล่านี้อยู่ฝั่งไหน หากกัมพูชาต้องการให้มีประชุมเจบีซี และเดินหน้าปักปันเขตแดน ต้องเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อทำพื้นที่ให้ปลอดภัย ไม่ใช่เปิดประชุมแล้วพูดคุยในประเด็นที่กัมพูชาต้องการจะคุย เพราะยังมีประเด็นอื่นที่ต้องพูดคุยกัน

ขณะที่ความคืบหน้าในการยกเลิกศึกษาบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ไทย และกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน พ.ศ. 2544 ซึ่งให้รอดูการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยมีการพูดคุยในระดับหนึ่งว่าควรเป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่ นายสีหศักดิ์ กล่าว
รัฐบาลนี้มาได้กับเรื่องชาตินิยม สถานการณ์เขมร การเจรจาทำงานอะไร จะถูกจับตาและวัดฝีมือว่า “ทำให้เขมรชดใช้ไทยให้สาสมได้หรือไม่”
“ทีมข่าวการเมือง”



