สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ว่า องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ออกแถลงการณ์ว่า ปฏิบัติการทางทหารที่เป็นการโจมตีคลังน้ำมัน และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันอีกหลายแห่ง ในกรุงเตหะราน ทำให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรงและส่งกลุ่มควันดำหนาทึบขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ กระทบต่อคุณภาพอากาศในพื้นที่อย่างหนัก


ทั้งนี้ เมื่อหยาดน้ำฟ้าผสมกับมลพิษในอากาศจะกลายเป็นฝนที่ปนเปื้อน และหากทำปฏิกิริยากับก๊าซอย่างซัลเฟอร์ไดออกไซด์หรือไนโตรเจนออกไซด์ จะกลายเป็น “ฝนกรด” ซึ่งฝนกรดนี้ “อันตรายมาก” โดยอาจทำให้เกิดผิวหนังไหม้จากสารเคมี และทำลายปอดอย่างรุนแรง ประชาชนจึงควรหลบอยู่แต่ในอาคาร ทั้งในช่วงที่ฝนตกและหลังเหตุระเบิดคลังน้ำมัน


ปัจจุบัน อิหร่านกำลังเผชิญวิกฤติขาดแคลนน้ำอย่างหนัก ประชาชนต่างรอคอยฝน แต่การมาถึงของฝนดำและฝนกรดครั้งนี้ กลับกลายเป็นภัยคุกคามต่อแหล่งน้ำที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด


นอกจากนี้ การที่คลังน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมันในอีกหลายประเทศแถบตะวันออกกลาง เป็นเป้าหมายของการโจมตีทางทหารด้วย ทำให้ดับเบิลยูเอชโอหวั่นเกรงว่า มลพิษจะขยายตัวเป็นวงกว้าง และส่งผลกระทบในระยะยาวต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES