พระเทพวัชรสารบัณฑิต หรือ “เจ้าคุณประสาร” รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) กล่าวว่า เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ในตึกที่พักภายใน มจร อยุธยา โดยเหตุเกิดเวลาประมาณ 22.30 น. มีนิสิตนานาชาติกลุ่มหนึ่งเห็นควันสีดำออกมาทางหน้าต่างของห้องพักชั้น 5 จึงได้ตะโกนบอกกันว่าไฟไหม้ๆ และสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้น ทำให้นิสิตที่พักในอาคารดังกล่าวแตกตื่นโกลาหลกัน พระอาจารย์ เจ้าหน้าที่ ผู้ดูแลนิสิต และนิสิตจิตอาสา จึงรีบเข้าไปดูสถานที่เกิดเหตุซึ่งเป็นอาคารหอพักนิสิตอินเตอร์ C อาคารมีทั้งหมด 6 ชั้น สำหรับชั้นที่ไฟกำลังลุกไหม้นั้นอยู่ชั้น 5 เป็นห้องพักของนิสิตบังคลาเทศ จึงได้แจ้งให้นิสิตทุกรูปลงมารวมกันด้านล่าง และรีบแจ้งดับเพลิงในทันที รถดับเพลิงมาถึงและดับเพลิงได้สนิทในเวลา 22.50 น.

พระเทพวัชรสารบัณฑิต กล่าวต่อไปว่า จากการสำรวจและสอบถามนิสิตเจ้าของห้องพักได้แจ้งว่า ได้เสียบกาต้มน้ำร้อนไว้และออกไปเดินอยู่ด้านนอก ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ เพราะออกมาจากห้องไม่นานนัก จนได้ยินเสียงตะโกนและสัญญาณเตือนภัย จึงรีบกลับเข้ามาก็พบว่าไฟได้ไหม้ห้องพักตนเอง พบเห็นว่าไหม้สิ่งของที่วางอยู่ภายในห้อง ทั้งไหม้หนังสือและอื่นๆ จนทำอะไรไม่ถูก คณะพระอาจารย์ผู้รับผิดชอบ ได้สำรวจรายละเอียดเพิ่มเติมในทันทีเมื่อดับเพลิงได้แล้ว ก็พบว่าเหตุเกิดจากการระเบิดของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊กคาไว้ กลายเป็นประกายไฟลุกลามไหม้สิ่งของเครื่องใช้ภายในห้อง จึงมีควันสีดำออกไปทางหน้าต่าง ภายในห้องนอกจากสิ่งของเครื่องใช้ที่ได้รับความเสียหายแล้วก็มีผนังด้านนอกห้อง หน้าต่าง และผนังภายในมีคราบสีดำจากควันอยู่บ้าง ส่วนอื่นๆ เช่น ห้องพักข้างเคียง โครงสร้างตึกไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด และพระเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจะได้รีบประชุมร่วมกับสถาปนิก วิศวกร เพื่อสำรวจรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งว่ามีส่วนไหนของตึกของอาคารได้รับผลกระทบ ได้รับความเสียหายหรือไม่ และพร้อมกันนี้จะได้เสนอแนวทางต่ออธิการบดีให้ออกมาตรการเพิ่มเติมสำหรับหอพักนานาชาติเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ในขณะที่อธิการบดี มจร เมื่อได้รับรายงานในช่วงดึกก็ได้โทรศัพท์เปิดกล้องมาสั่งการในทันที เมื่อเหตุการณ์สงบแล้วก็ให้สำรวจความเสียหาย หาสาเหตุ และออกมาตรการให้รัดกุมมากยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันต่อไป คราวนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญแม้จะไม่มากนักแต่ก็ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก



