เมื่อวันที่ 11 มี.ค. เวลา 11.25 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความรุนแรง และมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศอิรัก เลบานอน อิสราเอล ยังมีสัญญาณจากหลายประเทศที่ไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรง ทั้ง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ ที่ส่งผลให้คนเดินทางออกจากประเทศมากขึ้น ขณะที่การอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงนั้น มีความคืบหน้าต่อเนื่อง และยังไม่มีรายงานคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทั้งนี้ขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงสูงในตะวันออกกลาง และขอให้เร่งเดินทางกลับออกจากพื้นที่เสี่ยง
นายปาณิดล กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางนั้น กรณีของประเทศอิหร่าน คนไทยจากอิหร่านชุดแรก เดินทางกลับถึงไทยครบแล้ว ส่วนชุดที่ 2 จำนวน 68 คน เดินทางถึงศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่เมืองวาน ประเทศตุรกีแล้ว ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกจะเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 12 มี.ค. นี้ และอีกกลุ่มจะมาถึงในช่วงเช้าวันที่ 13 มี.ค. นี้ ขณะที่ประเทศอิรัก มีคนไทย 14 คน ประสงค์จะเดินทางออกมาอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวในเมืองวาน และจะประสานกลับไทยต่อไป ส่วนกรณีในกาตาร์นั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ได้ประสานงานให้คนไทยที่ตกค้างในกรุงโดฮา จำนวน 24 คน ได้เดินทางโดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส เที่ยวบินพิเศษเส้นทางโดฮา-กรุงเทพฯ ซึ่งจะไปถึงกรุงเทพฯ ในคืนวันนี้ (11 มี.ค.) และคนไทยในกาตาร์รายอื่นๆ ที่ต้องการกลับไทยเช่นเดียวกัน สามารถสำรองตั๋วเครื่องบินของสายการบินดังกล่าว ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในตะวันออกกลางจนถึงขณะนี้ มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือกลับมาแล้ว รวมทั้งสิ้น 381 คน
นายปาณิดล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ประกาศแจ้งเตือนว่าขณะนี้มีมิจฉาชีพแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หลอกให้โอนเงินเพื่อเป็นค่าตั๋วเครื่องบินและค่าดำเนินการสำหรับการเดินทางกลับประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอยืนยันว่าไม่มีนโยบายให้โอนเงินเป็นค่าธรรมเนียมในการเดินทางกลับประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศจึงขอแนะนำให้ประชาชนติดต่อสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยที่ดูแลประเทศนั้นๆ และผ่านช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น



