เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่หอประชุมโรงเรียนบ้านแดงโนนสว่าง หมู่ที่ 19 ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด นายชัชวาลย์ เบญจศิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ (Kick off) การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เกษตรจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบลเหนือเมือง เกษตรอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ สภาเกษตรกรจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ครู นักเรียน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก
นายศฎายุช ไชยะลาด นายอำเภอเมืองร้อยเอ็ด กล่าวว่า อำเภอเมืองร้อยเอ็ดได้กำหนดจัดกิจกรรมรณรงค์ดังกล่าวขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้ประชาชนร่วมกันลดการเผา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในหลายพื้นที่

ภายในงานมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กจาก 10 หน่วยงาน พร้อมการมอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติแก่ประชาชน รวมถึงกิจกรรมสาธิตการไถกลบตอซังข้าวแทนการเผา ซึ่งเป็นแนวทางลดการเกิดควันพิษในภาคการเกษตร
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ อสม. และประชาชน ยังได้ร่วมเดินรณรงค์เคาะประตูบ้านในชุมชน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับทุกครัวเรือนถึงความสำคัญของการงดเผาในพื้นที่เกษตรและในชุมชน

ทั้งนี้ ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูแล้ง ส่วนหนึ่งเกิดจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร การเผาตอซังข้าว และการเผาป่า ซึ่งนอกจากจะก่อให้เกิดหมอกควันและมลพิษทางอากาศแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยรวมอย่างกว้างขวาง
ซึ่งการเผาตอซังข้าวทำให้จุลินทรีย์และอินทรียวัตถุในดินถูกทำลาย ส่งผลให้ดินเสื่อมคุณภาพ ขาดความอุดมสมบูรณ์ และต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีมากขึ้นในระยะยาว ขณะเดียวกันเถ้าถ่านและสารพิษจากการเผายังสามารถไหลลงสู่แหล่งน้ำ ส่งผลต่อคุณภาพน้ำและสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศน้ำ
ส่วนการเผาป่าไม่เพียงทำลายทรัพยากรป่าไม้และที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า แต่ยังทำให้เกิดควันพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็กจำนวนมากที่ลอยสะสมในชั้นบรรยากาศ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ
จังหวัดร้อยเอ็ดจึงเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมกันลดการเผา หันมาใช้วิธีจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างเหมาะสม เช่น การไถกลบตอซังข้าว การทำปุ๋ยหมัก หรือการนำเศษวัสดุไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ฟื้นฟูคุณภาพดิน น้ำ และรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนในระยะยาว



