ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานการเปิดงาน”Green Gain Day” สร้างการเรียนรู้ และสร้างแรงจูงใจ “ไม่เผาแต่สร้างรายได้” พร้อมเป็นวิทยากรสาธิตการทำปุ๋ยหมักจากฟางข้าว โดยมี น.ส.ณัฐริกา แก่นพุฒ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี นายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง น.ส.พิกุลแก้ว วงศ์สุวรรณ เกษตรอำเภอสองพี่น้อง น.ส.ทิมาพร พันเรือง ประมงอำเภอสองพี่น้อง นายวสันต์ จี้ปูคำ เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี นายธนเดช ก้อนทองคำ นายก อบต.บ้านกุ่ม ได้นำคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบต.บ้านกุ่ม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าส่วนราชการ และพนักงาน อบต.บ้านกุ่ม ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน และเกษตรกรในพื้นที่ 200 คน เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และปรับเปลี่ยนทัศนคติของเกษตรกร เพื่อเรียนรู้ “Green Gain Day” ต้นแบบของ “เกษตรสีเขียว” รักษาสิ่งแวดล้อม “ไม่เผาแต่สร้างรายได้” ณ วัดรางบัวทอง หมู่ 2 ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรมักเลือกใช้การเผาทิ้ง เศษวัสดุเหลือใช้ในนาข้าว ซึ่งเป็นการทำลายหน้าดิน จึงได้ให้มาเรียนรู้การสร้างมูลค่าเพิ่ม “Green Gain Day” ต้นแบบของ “เกษตรสีเขียว” รักษาสิ่งแวดล้อม “ไม่เผาแต่สร้างรายได้” ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนตอซังให้เป็นรายได้” การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ ฐานที่ 1 การทำน้ำหมักจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังฟางข้าว โดย น.ส.กุลณัฐ ศรีมูล นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และนวัตกรรมที่เป็นรูปธรรม อาทิ การใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซัง และฟางข้าว การสาธิตการทำปุ๋ยหมักจากฟางข้าว เพื่อเพิ่มธาตุอาหารในดิน ฐานที่ 2 เทคโนโลยีการปลูกข้าวโดยการล้มตอซัง และพันธุ์ข้าวที่เหมาะสม โดย น.ส.ผกามาศ เสียงเสนาะ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยีการปลูกข้าวโดยการล้มตอซัง ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิต ฐานที่ 3 สาธิตเครื่องจักรกลการเกษตร กิจกรรมสาธิตการทำปุ๋ยหมักจากฟางข้าว โดย นายชัยพร พรหมพันธุ์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ ส่งเสริมการใช้ เครื่องจักรกลทางการเกษตรทดแทนการใช้แรงงาน และลดการเผาอันจะนำไปสู่ความมั่นคงทางรายได้ และสิ่งแวดล้อมที่ดีของจังหวัดสุพรรณบุรี

จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นดินแดน แห่งเกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ แต่ในขณะเดียวกัน เราต่างทราบดีว่าปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกิดจากการเผาในที่โล่ง และพื้นที่การเกษตรได้กลายเป็นวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกระทบโดยตรง ต่อสุขภาพของบุตรหลาน และคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้การจัดงาน”Green Gain Day” สร้างการเรียนรู้ และสร้างแรงจูงใจ “ไม่เผาแต่สร้างรายได้” จึงไม่ใช่เพียงแค่การรณรงค์ให้หยุดเผา แต่คือการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการ “เปลี่ยนตอซังให้เป็นเงิน” ภายใต้แนวคิด “Green Gain ไม่เผาแต่ได้รายได้” ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนวิธีคิด จากการกำจัดทิ้งให้กลายเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมมาเป็นเครื่องมือสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีน้ำหมักจุลินทรีย์ เพื่อย่อยสลายตอซัง และฟางข้าว คืนความอุดมสมบูรณ์สู่ผืนดิน การแปรรูปเศษวัสดุทางการเกษตรให้กลายเป็นปุ้ยหมักคุณภาพสูง หรือวัสดุเหลือใช้ที่มีมูลค่า กระบวนการเหล่านี้ นอกจากจะช่วยทำให้อากาศสะอาดขึ้นแล้ว ยังเป็นการลดต้นทุนการผลิต และสร้างรายได้เสริมที่มั่นคงให้แก่พี่น้องเกษตรกรอย่างยั่งยืน งาน Green Gain Day ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการส่งเสริมให้สุพรรณบุรี เป็นต้นแบบของ “เกษตรสีเขียว” ที่สร้างความมั่งคั่งพร้อมกับรักษาสิ่งแวดล้อม ต่อไป นายณัฐพงษ์ กล่าว



