หลังจาก “เดลีโฟกัส” ตามเกาะติดเปิดประเด็น ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอม ราคาตกต่ำแบบผิดปกติไม่เคยเป็นมาก่อน จนทำให้มีการขยายประเด็นไปถึง “ล้ง”รับซื้อมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งปัจจุบันมีทุนข้ามชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง กระทั่งทำให้ ตำรวจ ปอศ. ลงพื้นที่ตรวจสอบ จ.ราชบุรี ประเดิมจับกุม “กลุ่มทุนข้ามชาติ”สวมสิทธิคนไทยเข้าครอบงำธุรกิจเกษตรสงวน บิดเบือนราคารับซื้อ จนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคามะพร้าวน้ำหอมทั่วประเทศ โดยเข้าข่ายผิดกฎหมาย นอกจากนี้หลายหน่วยงานยังโดดลงมาให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 12 มี.ค. นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า วิกฤตราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำในปัจจุบันได้สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกสำคัญในภาคกลางและภาคใต้ซึ่งติดชายฝั่งทะเล ที่มีศักยภาพในการผลิตมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพสูง แต่กลับต้องจำใจขายผลผลิตให้กับพ่อค้าคนกลางหรือ “ล้ง” ในราคาต่ำเพียงผลละ 2 บาท และบางกรณีเพียงผลละ 1 บาทสำหรับลูกขนาดเล็กหรือเกรดคัดสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกษตรกรจำนวนมากอยู่ในภาวะขาดทุนและไม่สามารถประคองอาชีพได้ แม้จะเป็นพืชเศรษฐกิจที่ตลาดยังมีความต้องการสูง
ภายหลังสื่อมวลชนมีการนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธ์ รับทราบปัญหาและประกาศมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร โดยขอความร่วมมือจากบริษัทน้ำมันรายใหญ่ เช่น ปตท. และบางจาก ให้เปลี่ยนจากการแจกน้ำดื่มแก่ลูกค้าที่มาเติมน้ำมัน เป็นการแจกมะพร้าวน้ำหอมแทน พร้อมทั้งขอให้หน่วยงานราชการใช้มะพร้าวน้ำหอมเป็นเครื่องดื่มในการประชุม รวมถึงเร่งหาตลาดส่งออกใหม่ในยุโรป อเมริกา และภูมิภาคอื่นๆ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดจีน
อย่างไรก็ตาม นายไชยยงค์เห็นว่า แนวทางดังกล่าวแม้จะมีเจตนาช่วยเหลือเกษตรกร แต่ยังไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เนื่องจากการให้ปั๊มน้ำมันรับซื้อมะพร้าวไปแจกลูกค้า ไม่ได้ทำให้ราคาที่เกษตรกรขายได้เพิ่มขึ้น
“ปั๊มน้ำมันอาจซื้อมะพร้าวจากล้งในราคาถูกเพียงลูกละประมาณ 5 บาท แต่กำไรจะตกอยู่กับพ่อค้าคนกลาง ไม่ใช่เจ้าของสวน ดังนั้นมาตรการนี้จึงเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์ มากกว่าการยกระดับราคาที่เกษตรกรได้รับจริง” ไชยยงค์กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดทางเศรษฐกิจของสถานีบริการน้ำมัน เนื่องจากค่าการตลาดของน้ำมันมีกำไรเฉลี่ยเพียงลิตรละประมาณ 60 สตางค์ หากต้องซื้อมะพร้าวลูกละ 5 บาทมาแจกแทนน้ำดื่มขวดละ 2 บาท ก็เป็นภาระต้นทุนที่ไม่สามารถดำเนินการได้ในระยะยาว
สมาชิกวุฒิสภารายนี้ยังระบุว่า ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำแตกต่างจากกรณีผลไม้บางชนิด เช่น ลำไยหรือมะม่วง ที่ราคาตกเพราะผลผลิตล้นตลาด แต่ในกรณีของมะพร้าวน้ำหอมยังคงมีความต้องการสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ดังนั้น สาเหตุสำคัญของราคาที่ตกต่ำจึงไม่ได้มาจากปริมาณผลผลิต แต่เกิดจากโครงสร้างตลาดที่พ่อค้าคนกลางเป็นผู้กำหนดราคารับซื้อเพียงฝ่ายเดียว



