เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล  ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงมาตรการดูแลสุขภาพแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ได้เน้นย้ำกับทุกหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องให้เตรียมพร้อมดูแลสุขภาพของแรงงานไทยในตะวันออกกลางที่มีรวมกว่า 100,000 คน ทั้งมิติทางกายและมิติทางใจ ดังนี้ 1.กระทรวงสาธารณสุขได้จัดช่องทางการดูแลสุขภาพคนไทยเพิ่มขึ้นในพื้นที่เสี่ยง โดยสามารถดูแลสุขภาพตัวเองได้ทันทีผ่านระบบออนไลน์ของกระทรวงสาธารณสุข สามารถรับคำปรึกษาและดูแลสุขภาพผ่านทางช่องทางระบบการแพทย์ทางไกล โดยใช้ “หมอพร้อม Super App” ซึ่งให้บริการตั้งแต่การนัดหมายแพทย์ออนไลน์ ตรวจรักษาทางไกล และการจัดเก็บเอกสารสุขภาพดิจิทัลอย่างปลอดภัย หรือใช้ช่องทางไลน์ OA “คู่ใจสุขภาพแรงงานไทยในต่างประเทศ” โดยพิมพ์ข้อความขอคำปรึกษาทางการแพทย์เข้ามาในระบบ จะสามารถเข้าถึงบริการการประเมินอาการเบื้องต้นได้ และได้รับคำแนะนำด้านสุขภาพจากบุคลากรทางการแพทย์ได้ทุกที่ทุกเวลา  ด้านสุขภาพใจ กรมสุขภาพจิตได้เปิดช่องทางพิเศษเพื่อลดความเครียดและความวิตกกังวลสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง สามารถติดต่อได้โดยเพิ่มเพื่อนทางไลน์ไอดี @1323middle.east หรือสแกนคิวอาร์โค้ด 

ดร.นพ.วรตม์ กล่าวอีกว่า 2.มีมาตรการคัดกรอง 3 มิติ ณ จุดเข้าประเทศ โดยจัดเตรียมทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ต่างๆ ประจำ เพื่อรองรับกระบวนการคัดกรอง มิติแรกเป็นมิติเชิงรุก กรมควบคุมโรคจะคัดกรองกลุ่มอาการสำคัญ เช่น มีอาการไข้ มีการไอ มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ และผื่นผิวหนัง หากพบกรณีเหล่านี้ สงสัยว่ามีปัญหา จะเข้าสู่เส้นทางการแยกกัก และส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่กำหนดในทันที มิติที่สอง กรมการแพทย์จะคัดกรองโรคประจำตัว รวมถึงการบาดเจ็บต่างๆ กรณีที่จะต้องได้รับการรักษา จะส่งต่อไปยังเครือข่ายในโรงพยาบาล ซึ่งเตรียมความพร้อมไว้แล้วทั่วประเทศ และอีกมิติคือ มิติสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิตและทีม MCATT จะประเมินภาวะสุขภาพจิตเบื้องต้น หากพบอาการนอนไม่หลับ ตื่นตระหนก หรือภาวะเครียดที่รุนแรง จะได้รับการเยียวยาจิตใจในทันที

ดร.นพ.วรตม์ กล่าวว่า 3.กระทรวงสาธารณสุขยังติดตามและดูแลประชาชนชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยจะส่งต่อความห่วงใยไปถึงที่บ้านของทุกคน โดยในระดับพื้นที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และโรงพยาบาลตามภูมิลำเนาจะส่งเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมบ้านและติดตามอาการทางโทรศัพท์ ในส่วนความต่อเนื่องของการรักษา หากเป็นผู้ป่วยที่มีอาการโรคเรื้อรัง หรือต้องการการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง กระทรวงสาธารณสุขจะอำนวยความสะดวกให้สามารถเข้าถึงบริการแพทย์ในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องและทันท่วงที

โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า มีข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เดินทางกลับ หากเดินทางกลับมาแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ ไอ หอบเหนื่อย หรือมีความเครียดสะสม โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ ณ จุดคัดกรอง เพื่อทีมแพทย์จะได้รับเข้าสู่กระบวนการการรักษาตามมาตรฐานได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องจากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีแผนสำรองสำหรับความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน พยายามใช้ชีวิตอย่างปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามหากิจกรรมคลายเครียด อีกทั้งสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้เมื่อต้องการโดยที่ท่านไม่จำเป็นต้องลังเล กระทรวงสาธารณสุขยืนยันความพร้อมในทุกด้าน ทั้งด้านบุคลากรและเวชภัณฑ์ต่างๆ ในการดูแลชาวไทยทุกคน