เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 69 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ” และ “เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน” เปิดพื้นที่ให้ภาคีเครือข่ายด้านการขับเคลื่อนงานพัฒนาสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว นำเสนอแนวทางการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายที่เอื้อให้เกิดระบบ และมาตรการสนับสนุนให้ครอบครัวและชุมชน มีศักยภาพในการเลี้ยงดูและพัฒนาเด็ก

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า ไทยมีเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี อยู่ 13 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญ ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง รัฐบาลตระหนักดีว่าการพัฒนาสุขภาวะเด็ก จะให้ความสำคัญ แค่เพียงตัวเด็กอาจไม่เพียงพอ แต่จะต้องให้ความสำคัญ ในการพัฒนาสิ่งแวดล้อม ที่เอื้อให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ ด้วยโดยแนวคิด “ชุมชนนำ” และ “การพัฒนานิเวศการเติบโตของเด็ก” ที่ สสส. นำมาใช้ขับเคลื่อนงานพัฒนาสุขภาวะเด็กฯ ถือว่าตอบโจทย์ความท้าทาย ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เพราะกรอบแนวคิดไม่ได้มองเฉพาะตัวเด็ก แต่ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญ ของการพัฒนาสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก ทั้งครอบครัว ชุมชน และองค์กรต่างๆ ซึ่งมีส่วนสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้เด็กเติบโต เป็นพลเมืองที่เข้มแข็งของสังคม

ทั้งนี้ สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่าย พัฒนาโครงการพัฒนาระบบและกลไกความร่วมมือเชิงพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2562 เกิดพื้นที่ต้นแบบด้านการบูรณาการขับเคลื่อนงานเด็ก เยาวชน และครอบครัวอย่างเป็นระบบในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ พะเยา ลำปาง กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี เลย สุรินทร์ และตรัง เกิดคณะทำงานระดับจังหวัดและตำบล ร่วมจัดทำฐานข้อมูลคัดกรองความเสี่ยงพร้อมช่วยเหลือเด็กรายกรณี มีเด็กและครอบครัวได้รับประโยชน์ 14,730 คน ได้รับการช่วยเหลือจากความรุนแรงในครอบครัว 1,712 คน เด็กมีความสุขเพิ่มขึ้น 73.95% ครอบครัวมีความสัมพันธ์ดีขึ้น 67%

นอกจากนี้ สสส. ยังได้ร่วมผลักดันแนวคิด ‘ชุมชนนำ’ โดย ครม. มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ปี 2567 ซึ่งกำหนดให้เป็นกลไกหลักในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเลี้ยงดูและพัฒนาเด็ก รวมถึงด้านการลงทุน โดยมีหน่วยงานท้องถิ่นร่วมสนับสนุนงบประมาณ 3.77 ล้านบาท และนอกจากนี้ ทุนการทำงานของ สสส. ในการขับเคลื่อนงานสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว ใน 24 จังหวัด โดยมีท้องถิ่นที่สนใจงานเด็ก เยาวชน และครอบครัว ร่วมกับ สสส. จำนวน 314 แห่ง สะท้อนถึงความเป็นเจ้าของและการยอมรับรูปธรรมการดำเนินงานนำไปสู่การสร้างความยั่งยืนในการดูแลคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และครอบครัวในระดับพื้นที่ต่อไป